
"บุญยอด"ถามรัฐบาลเพิ่ม 30 สนช.รองรับคนเกษียณใช่หรือไม่
"บุญยอด" ย้อนรัฐบาลแก่รธน.ชั่วคราวเพิ่ม 30 สนช. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพหรือแค่รับคนเกษียณชี้เสียงบเพิ่มปีละ 62 ล้าน อ้างสถิติสนช.เข้าประชุมเฉลี่ย 70 %
"บุญยอด" ย้อนรัฐบาลแก่รธน.ชั่วคราวเพิ่ม 30 สนช. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพหรือแค่รับคนเกษียณชี้เสียงบเพิ่มปีละ 62 ล้าน อ้างสถิติสนช.เข้าประชุมเฉลี่ย 70 %
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนครม.มีมติแก้รธน.ชั่วคราวเพิ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จาก 220 เป็น 250 คนโดยระบุว่าเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญนั้น ได้พิจารณาถึงประสิทธิภาพการทำงานของสนช.ในปัจจุบันแล้วหรือยัง การเพิ่มจำนวนจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือเพียงแค่เป็นการรองรับกลุ่มบุคคลที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้หรือไม่
ทั้งนี้ อยากทบทวนเรื่งอดังกล่าว เพราะการเพิ่มจำนวน สนช.หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นตามมาราว 62 ล้านบาทต่อปี หากมีการเพิ่มสนช.จำนวน 30 คน โดย สนช. 1 คน ได้รับเงินเดือนรวม 113,560 บาท สามารถตั้งผู้เชี่ยวชาญได้ 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท ผู้ชำนาญการอีก 1 คน เงินเดือน 2 หมื่นบาท ผู้ช่วย 15,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 172,560ต่อ สนช. 1 คน เท่ากับปีละ 2,720,070 บาท เพิ่ม30 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่า 62 ล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมเบี้ยประชุมกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า สถิติการประชุมเช่น วาระการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย มีผู้เข้าร่วมประชุม 154 จาก 220 คน คิดเป็นร้อยละ 70 เท่านั้น ที่สำคัญในวันเดียวกันบางวาระที่ต้องลงมติมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียงแค่ 136 คนเท่านั้น เหตุใดสมาชิกจึงเข้าร่วมประชุมน้อยขนาดนี้ คนที่ไม่เข้าร่วมประชุมหายไปไหนและเมื่อดูบันทึกรายงานการประชุมโดยทั่วไปเฉลี่ยแล้วจะมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 170 คนเท่านั้น
“ผมจึงมีคำถามว่าการจะเพิ่มจำนวนสนช.โดยอ้างเหตุว่าต้องมีการพิจารณากฎหมายเพิ่มขึ้นนั้นจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือต้องการเพิ่มตำแหน่งว่างเพื่อรองรับใครที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ทั้งที่รัฐบาลควรจะใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการบริหารประเทศ และจำนวนสนช.ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังไม่ร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันเท่าที่ควร”นายบุญยอดกล่าว
นายบุญยอด กล่าวว่า สิ่งที่ สนช.ควรทำจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนแต่เป็นการติดตามสนช.ปัจจุบันให้มาปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มประสิทธิภาพจะดีกว่าถ้าตามคนที่มีอยู่มาทำงานไม่ได้จะเพิ่มคนงานอีก แถมยังต้องกลับมาพิจารณาด้วยว่าคนที่อยู่แต่ไม่ทำหน้าที่ยังควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ เพราะถ้าคนเหล่านี้ไม่มีเวลาที่จะปฏิบัติหน้าที่เพราะมีตำแหน่งซ้ำซ้อนอยู่ ก็ควรออกจากตำแหน่งไปแล้วเปิดทางให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน จะดีกว่ามาเพิ่มจำนวนสนช.อีก 30 คน







