
ธปท.สั่งรับมือสกัดแฮ็กเกอร์ปล้นแบงก์
ธปท.สั่งแบงก์เตรียมรับมือโจรไซเบอร์ หลังออมสินถูกแฮ็กเงินจากตู้เอทีเอ็มกว่า 12 ล้าน
ธปท.สั่งแบงก์เตรียมรับมือโจรไซเบอร์ หลังออมสินถูกแฮ็กเงินจากตู้เอทีเอ็มกว่า 12 ล้าน
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.รับทราบรายงานกรณีมิจฉาชีพโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน และขโมยเงินไป 12 ล้านบาท เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน จึงได้กำชับและสั่งการให้สถาบันการเงินอื่นได้เตรียมรับปัญหาแล้ว
“ขณะนี้ความเสียหายยังเกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว ส่วนธนาคารอื่นจะมีความเสี่ยงหรือไม่ ผมยังไม่ได้รับรายงาน ปลอดภัยหรือไม่ก็ขึ้นกับระบบของแต่ละธนาคารด้วย แต่ขอยืนยันว่าระบบตู้เอทีเอ็มของสถาบันการเงินไทยมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พอรู้ก็พยายามหาทางป้องกัน ไม่ได้เกิดปัญหาลุกลามไปแห่งอื่น” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุธนาคารออมสินได้หยุดให้บริการตู้เอทีเอ็มบางส่วน เนื่องจากพบความผิดปกติในการกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็ม เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ธปท.พยายามจำกัดปัญหาไม่ให้ลุกลามโดยเร็ว แต่กรณีนี้ไม่กระทบต่อบัญชีลูกค้า เพราะตู้เอทีเอ็มออมสินส่วนใหญ่ยังเปิดบริการตามปกติ
“เมื่อเกิดปัญหาออมสินเขาปิดบริการทันที ค้นหาสาเหตุ ประสานงานมากับ ธปท.และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งมีการแชร์ความเสี่ยงด้านไอที และให้ทุกแห่งรับรู้ว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกธนาคารได้รับการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีก และ ธปท.ได้กำชับให้ออมสินเร่งปรับปรุงระบบให้มีความรัดกุมและปลอดภัยยิ่งขึ้น” นายรณดล กล่าว
ธนาคารออมสิน ระบุว่า ได้ปิดการให้บริการตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ NCR ของธนาคารออมสิน จำนวน 3,343 ตู้ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2559 หลังตรวจพบมิจฉาชีพแฮ็กระบบตู้เอทีเอ็มจำนวน 21 ตู้ และขโมยเงินออกไปได้ 12.29 ล้านบาท
สำหรับการติดตามจับกุมคนร้าย ล่าสุด พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) กล่าวว่า คนร้ายน่าจะเป็นชาวยุโรปตะวันออกที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย และตระเวนปล่อยมัลแวร์เข้าตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินในพื้นที่ กทม. และภาคใต้ เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมี 2-3 ทีม และอาจมีผู้ร่วมขบวนการมากถึง 25 คน







