
รีดไขมันปั๊มรายได้รัฐ
ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจทั้งระบบ ตีกรอบป้องกันละเลงงบทำประชานิยมสุดขั้ว
ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจทั้งระบบ ตีกรอบป้องกันละเลงงบทำประชานิยมสุดขั้ว
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2559 ได้เห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... มีสาระสำคัญเพื่อปฏิรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 56 แห่ง ซึ่งมีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 12 ล้านล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า กฎหมายฉบับนี้จะป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงรัฐวิสาหกิจ จึงจะสรรหาคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มีคุณภาพ และบอร์ดรัฐวิสาหกิจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีระบบป้องกันไม่ให้นำรัฐวิสาหกิจไปใช้ทำนโยบายประชานิยมอย่างสุดโต่ง
“จะยกระดับการบริหารรัฐวิสาหกิจ ลดภาระที่รัฐบาลต้องอุดหนุน และทำให้ประชาชนรับบริการได้ดีขึ้น นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าไม่ใช่การแปรรูป แต่เป็นการวางกรอบการบริหารจัดการดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สามารถให้บริการอย่างมีคุณภาพกับพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้น” นายกอบศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ภายใต้กฎหมายฉบับนี้จะมีการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติเหมือนเช่นหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ที่มีเทมาเซก มาเลเซียที่มีคาซานา ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพเป็นทิศทางเดียวกับการพัฒนารัฐวิสาหกิจตามมาตรฐานสากล
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้จะจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจที่มีอายุ 5 ปีเป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เป็นเอกภาพ ชัดเจน และต้องเชื่อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ ขณะเดียวกันจะมีกลไกสร้างความโปร่งใสโดยการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
“การคัดเลือกบอร์ดรัฐวิสาหกิจจะมีความโปร่งใสให้ได้คนดีและคนเก่งมาเป็นบอร์ด ซึ่งจะไม่เหมือนในอดีตที่นักการเมืองเสนอชื่อใครก็ได้ขึ้นมาลอยๆ และมักเข้ามาหาผลประโยชน์ ถ้ารัฐบาลสั่งให้ทำอะไรที่นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ของรัฐวิสาหกิจ จะต้องมีวิธีการชดเชยชัดเจน และจัดทำบัญชีเป็นการเฉพาะแยกจากบัญชีงบประมาณปกติ ซึ่งจะแก้ปัญหาเดิมที่รัฐบาลสั่งให้ทำนโยบายประชานิยม โดยไม่มีการชดเชยและไม่เปิดเผยข้อมูล” นายเอกนิติ ระบุ







