
บิ๊กตู่เผยผลประชุมครม.-คสช.ชี้สว.ร่วมเลือกนายกฯช่วง5ปีแรก
บิ๊กตู่เผยถกวาระพิเศษ ครม.-คสช. ทำความเข้าใจประเด็นคำถามพ่วง-แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ย้ำช่วง 5 ปีแรก สส.และสว.ร่วมเลือกนายกฯ
บิ๊กตู่เผยถกวาระพิเศษ ครม.-คสช. ทำความเข้าใจประเด็นคำถามพ่วง-แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ย้ำช่วง 5 ปีแรก สส.และสว.ร่วมเลือกนายกฯ
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมทั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) และประชุมวาระพิเศษของ ครม.และ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ซึ่งในที่ประชุมก็ครบองค์ประกอบที่เพียงพอ โดยมีการพูดถึงความเข้าใจของครม.และคสช. ในเรื่องการทำประชามติ คือการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง
ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นความเข้าใจของตน ครม.และคสช.ทุกคน ว่าเข้าใจแบบนี้คือ 5 ปีแรกในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา คือสส.500 คนและสว. 250 คน จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรี จากเดิมให้สส.ฝ่ายเดียวเลือก เปลี่ยนไปให้สส.และสว.รวม 750 คน เลือกตั้งแต่ต้น จากรอบแรกที่จำเป็นต้องเลือกจากรายชื่อในตะกร้าที่แต่ละพรรคเสนอมาพรรคละ 3 คน ซึ่งรอบแรกต้องเลือกจากรายชื่อนี้เท่านั้น ถ้าใครได้ถึงครึ่งคือ 376 คนจาก 750 คน ก็เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ายังไม่ได้ก็เลือกรอบสอง คือ แก้ปัญหาเดิมที่เคยบอกว่าไปไม่ได้ก็ใช้มาตรา7 ซึ่งแก้ตรงนี้ถ้าหากเลือกรอบแรกไม่ได้ก็เลือกใหม่ โดยคราวนี้จะสามารถเลือกจากนอกตะกร้าได้
ส่วนใครเสนอชื่อผมไม่รู้เป็นเรื่อง กรรมาร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ไปพิจารณา ที่ไปหารือกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสนช.ต้องไปดูมติของสนช.ด้วย และหลายอย่างที่มีการชี้แจงว่าคำถามพ่วงทำมาเพื่ออะไร ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมด มาพูดดันไปพูดกันมาอย่างนี้อย่างโน้นไม่ได้ ต้องเป็นไปตามตัวบทอักษร และตามความมุ่งหมายที่ออกคำถามพ่วงไป ในเรื่องของ 5 ปีที่ว่าจะเลือกกี่ครั้งก็คือในระยะเวลา 5 ปี สส.และสว.ต้องเลือกภายใน 5ปี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นของตนถ้าได้คนดีมาและสส.เสนอมา ใครจะไปปฏิเสธเขาได้ เขาก็ต้องยินยอมและใช้คะแนนเสียงครึ่งหนึ่งของสองสภา นี่คือความเข้าใจของตนและครม.ทั้งหมด ซึ่งชี้แจงโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อเป็นฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ไปเชื่อมต่อกับกรธ. ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ต่อปจะได้หยุดสักทีว่าจะยังไง แต่ตนยืนยันว่าเป็นไปตามที่พูดมาคือสิ่งที่เราเข้าใจ
นายกฯกล่าวอีกว่า ในการประชุมวาระพิเศษของครม.และคสช. ในวาระที่ 2 คือ เรื่องความจำเป็นในการแก้ไขมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เดิมมีสนช.ไม่เกิน 220 คน จะเพิ่มอีก 30 คน ซึ่งต้องไม่เกิน 250 คน ทั้งนี้เหตุผลไม่เกี่ยวเรื่องนายกฯ เพราะวันนี้ต้องเร่งรัดการทำกฎหมายสำคัญของรัฐธรรมนูญที่ยังเหลืออยู่กว่า 50 ฉบับ และมีเรื่องกฎหมายอื่นตามนโยบายของรัฐบาลอีกหลายสิบฉบับ
"สนช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯต่างๆ ไม่เกี่ยวข้องและจะอยู่ไปถึงก่อนวันเลือกตั้งเท่านั้น ไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องกลับมาเป็นสว. เพราะต้องมีกรรมการสรรหา มีวิธีการอีกมากและคุณสมบัติก็ต่างออกไป เช่น วันนี้สนช.เป็นข้าราชการประจำได้ สว.เป็นข้าราชการประจำไม่ได้ ไปเก็บไส้แบบนี้สิ ใส่เข้าไปจะได้เข้าใจกันสักที ที่ผ่านมาเรียนไปแล้วว่า ผมไม่เข้าไปคาบเกี่ยว มีอะไรก็เสนเข้าไป ให้กรธ.พิจารณา ถ้ากรธ.เห็นชอบก็ทำใส่ไปในร่าง ส่วนเรื่องคำถามพ่วง เป็นเรื่องของสภาปฏิรูปประเทศ(สปท.) เป็นคนเริ่มมาด้วยซ้ำไปและเสนอสนช.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนเสนอไปที่กกต.ให้เพิ่มไปประเด็นคำถามพ่วง และคำถามพ่วงก็ต้องไปดูว่าเขากำลังตีกรอบให้อยู่แค่ไหนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องกรธ. กรธ.คือผู้ที่จะยุติทั้งหมด อย่าไปฟังคนอื่น เพราจะตีกันไปเองหมด ประเด็นของผมคืออย่าเอาผมไปเกี่ยวข้องอะไรเลยตรงนี้ ของร้องเถอะ"นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ระยะเวลาการแต่งตั้งสนช. ให้ครบ 250 คนเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งการตั้งสนช.เพิ่ม เพราะบางคนก็ตายบ้าง ลาออกบ้าง แล้ววันนี้ในส่วนของความมั่นมีหลายคนกฎหมายที่ต้องทำ และวันนี้ความขัดแย้งต่างก็มีออกมาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทหารด้วย
"หลังการประชุมวันนี้ นายวิษณุ จะประสานไปอีกครั้งหนึ่ง และยืนยันว่า สนช.จะมีระยะเวลาในการทำงานแต่มีการเลือกตั้งใหม่ และการตั้งสนช.เพิ่มไม่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจ พอได้แล้ววันนี้ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายไว้ใจผมมาทำงานต่อให้ได้"นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า จะมอบหมายให้ นายวิษณุ ไปหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาคุยกันอยู่แล้ว เพราะเป็นฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล จะทำงานไม่คุยกับใครได้อย่างไร และจะทำข้อเสนอขึ้นไปว่าที่ประชุม ครม. คสช.ในวาระพิเศษรับทราบแบบนี้ ดูว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ตรงก็ให้ว่ากันมา ต้องคุยกันทุกวันนี้ตนก็ฟังกรธ.คุย และไม่ได้ไปขัดแย้งท่านจะพูดอะไรก็พูดไป คสช.พูดมาก็พูดไป
"ทั้งหมดอำนาจอยู่ที่กรธ. จะทำหรือไม่ทำอยู่ที่กรธ.และคนจะตัดสินว่าถูกหรือไม่ถูกอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ตีกรธ.เข้าไป ตีคสช. ตีครม. ตีผม เข้าไปแล้วประเทศชาติจะไปตรงไหนได้ อยู่ที่เดิมนั่นแหล่ะ ทำไมไม่มองว่าจะเปลี่ยนผ่านกันได้อย่างไร จะอย่างไรให้บ้านเมืองสงบสุข ทำอย่างไรให้บ้านเมืองมีการพัฒนา ให้ปัญหาเก่าๆไม่กลับมา เขาคิดกันแบบนี้อยู่ วันนี้วุ่นวายไปหมด ทุกคนหวังดี ทุกคนอยากได้นี่อยากได้โน่น เพราะเขาไม่ไว้ใจ ไว้ใจหรือยังคุณไว้ใจหรอ ไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นใช่ไหม ใครจะมาจะไปก็ช่าง ประเทศไทยเก่งอยู่แล้วหรือไง คุณไว้ใจเขาหรือเปล่า ผมไว้ในคนที่มีธรรมาภิบาล คนที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย ผมต้องการคนเหล่านี้เข้ามา แต่ถ้าไม่ต้องการก็เรื่องของท่าน ผมต้องการแค่นั้น ที่เขาเขียนคำถามพ่วง เพื่อต้องการแก้ปัญหาที่ทะเลาะกันแต่เดิมว่าทำอะไรไม่ได้ จะไปมาตรา7 เขาชี้แจงมาอย่างนี้ไม่ใช่หรือ จึงมีทางออกมีรู มาให้ตรงนี้ แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าจะมาจะไปยังไง ใครจะเลือก เลือกจะจากสวรรค์ชั้นฟ้าที่ไหนก็ไปเลือกมา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ว่าคนถูกเลือกยอมหรือไม่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะส่งใครมาก็ได้ คนถูกเลือกก็ต้องยอมด้วย เขาจะมาหรือไม่แบบนั้น ไม่รู้เป็นเรื่องของกรธ. ให้เกียรติเขาบ้าง เขาทำงานกันแทบตาย ไปทวงบุญคุณอะไรเขาอีก เงินเดือน เบี้ยเลี้ยงใช้เปลือง ปั๊ดโธ่ ไอ้ที่ก่อนๆทำไมไม่ทวง ใช้มากกว่านี้หรือไม่ นี่เขาทำงานงกๆทุกวัน กฎหมายออกมาเท่าไหร่ 7 ปีออกกฎหมายกัน 120 ฉบับ นี่ 2 ปี กฎหมายออกมา170 ฉบับ มันก็แตกต่างกันแล้วและกฎหมายต่างๆก็ออกมาในรัฐบาลบางอย่างที่ทำไม่ได้ก็แกะออกมาและเดินหน้าไปให้ได้ ทำให้เสร็จต้องแก้ไขทุกอย่างไม่ให้ติดเหมือนเดิม เพราะวันหน้าจะติดอยู่แบบเก่าหากไม่รื้อวันนี้ แต่ตนไม่ได้ต้องการไปรังแกใครทั้งสิ้น
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีข้อเสนอของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่ต้องการให้ส.ว.สรรหาเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ว่า เรื่องนี้ต้องไปดูในเนื้อหาทั้งร่างรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล และคำถามพ่วง เพราะทั้งหมดไม่เหมือนกันเลย ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนสนช.จะทำเกินเส้นของคำถามพ่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ทำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสนช. หน้าที่ของสนช.จบตั้งแต่เสนอคำถามพ่วงไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว เมื่อผลประชามติออกมาก็เป็นหน้าที่ของ กรธ. ในการปรับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปถามผลของประชามติ ซึ่งกรธ.รู้ว่าควรทำอย่างไร
เมื่อถามย้ำว่า สนช.ต้องฟังกรธ.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ เพราะเป็นเรื่องของกรธ. และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระแสข่าวที่ออกมา สุดท้ายก็ไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตัวหนังสือบ่งบอกทั้งหมดไม่ต้องไปตีความ







