posttoday
บริษัทญี่ปุ่นหมดศรัทธา อาเบะโนมิกส์ไปไม่รอด

บริษัทญี่ปุ่นหมดศรัทธา อาเบะโนมิกส์ไปไม่รอด

23 สิงหาคม 2559

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

แม้ผลสำรวจความพึงพอใจในนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น จะยังคงอยู่ที่ 58% ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งจัดทำโดยนิกเกอิรีเสิร์ช กลับพบว่าภาคเอกชนไม่หวังต่อนโยบายการกระตุ้นทางการคลังของอาเบะ จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกต่อไป ขณะที่บางส่วนเริ่มปรับแนวทางการดำเนินการเพื่อเดินหน้าต่อไปท่ามกลางเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นตลอดทั้งปีนี้

นโยบายเศรษฐกิจของอาเบะ หรือที่สื่อตะวันตกตั้งชื่อให้ว่า อาเบะโนมิกส์ ประกอบไปด้วยศร 3 ดอก ได้แก่ การกระตุ้นทางการคลัง การผ่อนคลายนโยบายการเงิน และการปฏิรูปโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้นตลอดทั้งปีนี้ ราว 16% แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม

สำหรับบีโอเจ ผลสำรวจระหว่างวันที่ 1-16 ส.ค. ของรอยเตอร์ส พบว่ามากกว่า 60% ต้องการให้บีโอเจหยุดการผ่อนคลายนโยบายการเงินได้แล้ว หรือปรับลดระดับการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากภาคธุรกิจเห็นว่าการใช้นโยบายการเงินและการคลังมากเกินไป เสี่ยงต่อการเข้าข่ายการใช้ “เฮลิคอปเตอร์มันนี่” หรือการยัดเงินเข้าสู่มือผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ด้านนโยบายการคลัง แม้อาเบะจะประกาศมาตรการกระตุ้นขนานใหญ่ทางการคลังมูลค่า 28 ล้านล้านเยน (ราว 9.5 ล้านล้านบาท) และอนุมัติไป 13.5 ล้านล้านเยน (ราว 4.6 ล้านล้านบาท) เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของรอยเตอร์ส กลับพบว่าภาคเอกชนน้อยกว่า 5% เชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นนี้ได้ เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวเอาไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแทนที่จะเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

ไม่เพียงเท่านั้น 63% ยังเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณทางการคลังไปสนับสนุนภาคส่วนเทคโนโลยีใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนโลก หรือนำไปลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่กำลังมาแรง

ที่สำคัญ ผลสำรวจดังกล่าวพบว่าเอกชนแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และเศรษฐกิจในต่างประเทศ รวมถึงเรียกร้องให้อาเบะแผลงศรดอกที่ 3 ในนโยบายอาเบะโนมิกส์อย่างการปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ต่างเห็นตรงกันว่ายังคงไม่ได้แผลงฤทธิ์อย่างเต็มที่

ภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทส่งออกเจอข้อเสียเปรียบจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นตลอดทั้งปีนี้ โดยข้อมูลจากนิกเกอิ อิงค์ พบว่า 58% ของ 1,055 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีผลการดำเนินงานในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ลดลง ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสก่อนที่ 52% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ที่เป็นช่วงหลังของวิกฤตเศรษฐกิจปี 2009

รายได้การดำเนินงานของบริษัทญี่ปุ่นปรับตัวลง 17% ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ซึ่งลดลงมากที่สุดตั้งแต่เกิดภัยแผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 โดย 7 ผู้ผลิตรถยนต์หลักสัญชาติญี่ปุ่นรวมกันมีรายได้การดำเนินการหายไปเกือบ 5 แสนล้านเยน (ราว 1.7 แสนล้านบาท) ท่ามกลางค่าเงินเยนซื้อขายเฉลี่ย 108 เยน/เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.ที่ผ่านมา แข็งค่ากว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 121 เยน/เหรียญสหรัฐ

“หลายบริษัทอาจลดคาดการณ์ผลประกอบการในเดือน ก.ย.” โนริฮิโระฟูจิโตะ นักกลยุทธ์จากมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนเลย์ กล่าว โดยปัจจัยกดดันรายได้ของเอกชนในช่วงไตรมาสแรก ทั้งค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น การใช้ดอกเบี้ยติดลบ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในตลาดใหญ่อย่างจีน ยังคงไม่หายไปง่ายๆ ในไตรมาสต่อไป

ขณะที่รายได้ของเอกชนปรับตัวลดลงและความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจทั้งรัฐบาลและบีโอเจก็ลดน้อยถอยลงไป ภาคธุรกิจจึงต้องพึ่งพาตนเองเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ นิสสัน มอเตอร์ ผู้ผลิตยานยนต์จากญี่ปุ่น เตรียมเพิ่มการผลิตรุ่นโร้กในโรงงานผลิตที่เกาหลีใต้อีก 8,000 คันภายในปีนี้ จากเดิมที่ตั้งเป้าเอาไว้ที่ 1.25 แสนคัน หลังค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นทำให้การส่งออกของญี่ปุ่นมีศักยภาพการแข็งขันน้อยกว่า เมื่อเทียบกับค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ที่แข็งค่าขึ้น 7.4% เทียบเงินเหรียญสหรัฐในปีนี้

ขณะเดียวกัน โตโยต้า มอเตอร์ ผู้ผลิตยานยนต์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น ปรับลดคาดการณ์ผลกำไรสำหรับทั้งปีงบประมาณนี้ สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2017 จาก 1.5 ล้านล้านเยน (ราว 5.1 แสนล้านบาท) เหลือ 1.45 ล้านล้านเยน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) พร้อมเปิดเผยแผนการฉุกเฉินลดต้นทุนเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายจะประหยัดเงินทุนให้ได้ 1.15 แสนล้านเยน (ราว 3.9 หมื่นล้านบาท)

ไม่ใช่เพียงแต่อุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น พานาโซนิค บริษัทผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเผยในทำนองเดียวกันว่า จะปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ทำได้ หลังก่อนหน้านี้พานาโซนิคเพิ่งยกเลิกเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายให้ถึง 10 ล้านล้านเยน (ราว 3 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2019 ทิ้ง

สำหรับค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น คงเริ่มหายใจหายคอได้บ้างแล้ว เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำท่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง และทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไป แต่สถานการณ์ยังไม่สามารถเอาแน่เอานอนได้ ดังนั้นภาคธุรกิจคงต้องพึ่งพาตัวเองต่อไปก่อน ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจรัฐบาลและบีโอเจจะสามารถช่วยอะไรเศรษฐกิจได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท