
อาเซียนยังระทึก
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ภัยก่อการร้ายนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ในสหรัฐและยุโรป เพราะเขาโดนพุ่งเป้าโจมตีกันมาหลายครั้งนับตั้งแต่ 11 ก.ย. 2011 และโดนกันมาถ้วนหน้าตั้งแต่สเกลใหญ่ในนิวยอร์ก ลอนดอน มาดริด และปารีส ไปจนถึงเหตุเล็กๆ ในเชิงข่มขวัญประปราย ทว่าสำหรับอาเซียนเรานั้น การก่อการร้ายดูจะยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัวคนเมืองส่วนใหญ่
ความกลัวเรื่องการก่อการร้ายในอาเซียนอาจเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงพีกที่สุดคือ หลังจากเหตุระเบิดบาหลีเมื่อปี 2002 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 202 คน ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกลุ่มก่อการร้าย เจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) ที่เป็นเสมือนอัลกออิดะห์แห่งอาเซียน และนำไปสู่ความร่วมมือกวาดล้างอย่างจริงจัง
พูดถึงเจไอแล้วก็เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ลืมชื่อของ “ฮัมบาลี” กัน
ฮัมบาลี หรือชื่อจริงคือ “ริดวน อิซามุดดิน” คือผู้นำเบอร์ 1 ของเจไอ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “โอซามา บิน ลาเดน แห่งอาเซียน” ซึ่งมีรายงานว่าเดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง โดยมีที่กบดานอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และมีแผนเตรียมก่อเหตุในกรุงเทพฯ ด้วย แต่ก็ถูกจับกุมได้ก่อนเมื่อเดือน ส.ค. 2003 โดยความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยและซีไอเอ
ฮัมบาลี ถูกส่งไปอยู่คุกลับนาน 3 ปี ก่อนที่จะถูกส่งไปยังแดนสนธยาเบอร์ 1 ของผู้ก่อการร้ายทั่วโลก หรือคุกกวนตานาโมของสหรัฐในคิวบา ซึ่งมีรายงานว่าเขาเป็นนักโทษที่ดังที่สุดในนั้น ทั้งในฐานะที่เป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน และในฐานะที่รู้จักแนบชิดกับ บิน ลาเดน
ล่าสุด หนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ ในมาเลเซีย ได้รายงานว่า ฮัมบาลีในวัย 52 ปี ได้ปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ระหว่างที่ยื่นเรื่องขอรับการปล่อยตัวจากสหรัฐ เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ซึ่งนักข่าวได้เห็นฮัมบาลีผ่านทางหน้าจอทีวีที่ถ่ายทอดมาจากกวนตานาโม ราว 10 นาที
เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐในฐานะตัวแทนของฮัมบาลี อ้างว่าเจ้าตัวต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ เจ้าตัวอยู่ในคุกเป็นคนที่น่านับถือ กระตือรือร้น และยิ้มแย้ม ถามอะไรก็ตอบ มักใช้เวลาว่างเรียนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอารบิกด้วยตนเอง และยังช่วยสอนนักโทษด้วยกัน
กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของสหรัฐที่จะเคลียร์คุกกวนตานาโม เพื่อลบภาพอื้อฉาวของการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งโดยรัฐบาลสหรัฐ ด้วยการโละนักโทษก่อการร้ายออกไป บ้างปล่อยตัว บ้างก็ย้ายไปคุกที่อื่น จนปัจจุบันเหลือนักโทษในกวนตานาโมเพียง 61 คน
แม้ชื่อของเจไอในทุกวันนี้จะจางลงจากการรับรู้ของสาธารณชนแล้ว และเบอร์ 2 ของกลุ่มที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง อาบู บาการ์ ชาเชียร์ ก็ยังถูกคุมขังอยู่เหมือนกัน แต่นี่ก็คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็น บิน ลาเดน แห่งอาเซียนมาก่อน และก่อวินาศกรรมขนาดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าการยื่นเรื่องขอออกจากคุกครั้งนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่ฝ่ายความมั่นคงของทุกชาติในอาเซียนรวมถึงออสเตรเลีย ต่างจับตาอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ปัจจุบันรูปแบบของกลุ่มก่อการร้ายได้เปลี่ยนไปเป็นแนวร่วมที่เคยไปรบกับกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย และกลับมาก่อเหตุในบ้าน เช่น ระเบิดที่จาการ์ตาเมื่อต้นปีนี้ แต่สเกลความเสียหายยังค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน อีกทั้งยังมีรายงานสกัดแผนได้หลายครั้ง ทั้งแผนถล่มมารินาเบย์ในสิงคโปร์ หรือแผนโจมตีบาหลีอีกครั้ง
ภัยก่อการร้ายในอาเซียนคงไม่จบง่ายๆ เพียงแต่จะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไรเท่านั้น







