
สภาพัฒน์ฯเล็งรื้อสะพานพระปิ่นเกล้า
สภาพัฒน์ฯ เล็งรื้อ “สะพานพระปิ่นเกล้า” อ้างจราจรแออัด-ลดมลพิษ-ชุบชีวิตคลองหลอด วาดอภิมหา 25 โปรเจ็ค บูรณะเกาะรัตนโกสินทร์ งบกว่า 100 ล้าน
สภาพัฒน์ฯ เล็งรื้อ “สะพานพระปิ่นเกล้า” อ้างจราจรแออัด-ลดมลพิษ-ชุบชีวิตคลองหลอด วาดอภิมหา 25 โปรเจ็ค บูรณะเกาะรัตนโกสินทร์ งบกว่า 100 ล้าน
นายวัชระ จงสุวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท เอ-เซเว่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในโครงการศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะแนวทางการรักษา ฟื้นฟู และพัฒนา ย่านประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่ถนนราชดำเนินโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เปิดเผยว่า ทางบริษัทพร้อมจะรับแนวคิดของประธานชุมชนแพร่งภูธรที่เสนอให้มีการรื้อสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อลดปัญหาการจราจรที่คับคั่งบนถนนราชดำเนิน และเปิดพื้นที่คลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) ให้ไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้
นายวัชระ กล่าวว่า จะนำแนวคิดนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ เพื่อเสนอเป็นโครงการต่อไป ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ เช่นเดียวกับกรุงโซล ประเทศเกาหลี ที่มีการฟื้นฟูคลองสายหลักที่พาดผ่านตัวเมือง จากเดิมที่มีสภาพเสื่อมโทรมมาก และมีการสร้างทางด่วนคร่อมคลอง จากนั้นจึงมีการรื้อทางด่วนทิ้งและสามารถฟื้นฟูคลองจนมีสภาพใสสะอาดได้ภายใน 2 ปีครึ่งเท่านั้น
“เดิมถนนราชดำเนินเป็นเส้นทางเสด็จฯ แต่ปัจจุบันกลายเป็นเส้นทางผ่านของรถจำนวนมาก ทำให้แออัดคับคั่ง ฉะนั้นควรลดบทบาทความสำคัญของสะพานพระปิ่นเกล้าลง อาจไม่ถึงขั้นต้องทุบทิ้ง แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางคนเดิน อีกทั้งจะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาข้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับฝั่งธนบุรีได้” นายวัชระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายวัชระ กล่าวว่า การฟื้นฟูและพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องยาก เพราะจุดอ่อนของประเทศไทยคือ การเมืองไม่นิ่งและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อย ทำให้โครงการต่างๆ ล่าช้าและไม่ต่อเนื่อง
ด้าน ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานอนุกรรมาธิการศึกษานโยบายการอนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์ วุฒิสภา กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะรื้อสะพานพระปิ่นเกล้า เนื่องจากปัจจุบันถนนราชดำเนินประสบปัญหาจราจรติดขัด ก่อให้เกิดมลพิษอย่างมาก กระทบต่อสุขภาพของประชาชน อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์ยังกระทบต่อโบราณสถาน ทั้งพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว และวัดโพธิ์
ขณะที่นายธีระพล คชาชีวะ ประธานชุมชนแพร่งภูธร กล่าวว่า ขอเสนอให้สภาพัฒน์ฯ รื้อสะพานพระปิ่นเกล้าทิ้ง เพื่อฟื้นฟูคลองคูเมืองเดิมให้เชื่อมต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้และเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำของประชาชน เนื่องจากสะพานพระปิ่นเกล้าสร้างทับคลองคูเมืองเดิม ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป
นายมนูญ พุฒทอง ตัวแทนประชาคมบางลำพู กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าสภาพัฒน์ฯ จะพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ได้ ตราบใดที่ถนนราชดำเนินยังเป็นสถานที่จัดชุมนุมทางการเมือง ทำให้ชุมชนต่างๆ ได้รับความเดือดร้อน นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้าพื้นที่ ราคาที่ดินตกต่ำ การพัฒนาจึงเป็นไปอย่างล้าหลัง ดังนั้นขอเสนอให้แก้ไขปัญหาผู้ชุมนุมให้ได้เสียก่อน
ทั้งนี้ สภาพัฒน์ฯ ได้จัดเสวนาเพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งสิ้น 25 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ภายในปี 2554-2556 โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หากโครงการใดเห็นว่าไม่เหมาะสมก็สามารถยุบทิ้งหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้
โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาถนนราชดำเนินและอนุรักษ์ชุมชนโดยรอบ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน เช่น โครงการปรับปรุงการระบายน้ำ การป้องกันอัคคีภัย การจัดเก็บสายไฟและสายสัญญาณลงดิน การปรับภูมิทัศน์ พัฒนาพื้นที่ริมคลอง ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน อนุรักษ์สถาปัตยกรรมชุมชน การปรับปรุงท่าเรือ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยมีเป้าหมายว่าจะเป็นประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์







