
ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ให้เวลา19รีสอร์ตทับเบิกรื้อถอนเองอีก 7 วัน
เพชรบูรณ์-ผู้ว่าฯยืดเวลาให้ 19 รีสอร์ตภูทับเบิกอีก 7 วันเพื่อรื้อถอนเอง หากครบกำหนดเตรียมลุยรื้อต่อ ด้านผู้ประกอบการเบี้ยวนัดขอเปลี่ยนสถานที่ประชุม
เพชรบูรณ์-ผู้ว่าฯยืดเวลาให้ 19 รีสอร์ตภูทับเบิกอีก 7 วันเพื่อรื้อถอนเอง หากครบกำหนดเตรียมลุยรื้อต่อ ด้านผู้ประกอบการเบี้ยวนัดขอเปลี่ยนสถานที่ประชุม
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ความคืบหน้ากรณีนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นัดหมายเจ้าของและผู้ประกอบการรีสอร์ตซึ่งเป็นของราษฎรชาวม้งในพื้นที่ภูทับเบิกจำนวน 95 ราย พูดคุยชี้แจงหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมปิดถนนประท้วงพร้อมยื่น 5 เรียกร้อง โดยเฉพาะให้ยุติการรื้อรีสอร์ตและขนย้ายเครื่องจักรลงจากเขาภูทับเบิก ซึ่งปรากฏว่าในการประชุมนัดหมายดังกล่าว มีเพียงแค่ตัวแทนผู้ประกอบการชาวม้งจำนวน 10 คนนำโดยนายวันชัย ชรารมย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 นายใจ แซ่เถา ผู้ใหญ่บ้านหมุ่ 14 นายใจ แซ่ท่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บ้านเนิน นายชาญวิทย์ เฟื่องฟูกิจการ ที่ปรึกษากลุ่มผู้ประกอบการชาวม้งภูทับเบิกฯ เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายบัณฑิตย์ โดยแจ้งขอเลื่อนการประชุมชี้แจงกับผู้ประกอบการโดยให้ไปจัดบนภูทับเบิกแทน โดยอ้างเรื่องความสะดวกไม่และเกิดความไม่มั่นใจ แต่มีตัวแทนร่วมประชุมกับนายบัณฑิตย์และคณะทำงาน โดยพร้อมรับฟังแต่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้
ส่งผลให้การจัดประชุมดังกล่าวซึ่งเดิมมีการตระเตรียมสถานที่ไว้ที่หอประชุมทีาว่าการอำเภอหล่มเก่า ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงปรับเปลี่ยนมาประชุมที่ห้องประชุมชั้นสองบนที่ว่าการอำเภอหล่มเก่าแทน ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำลังเจ้าหน้าที่อส.จำนวนเกือบ 100 นายมาดูแลรักษาความปลอดภัย
กระทั่งเวลา 14.36 น.จึงมีการเปิดการประชุมซึ่งนายบัณฑิตย์ได้มอบหมายให้นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า อ่านหนังสือที่กลุ่มผู้ประกอบการชาวม้งแจ้งขอเลื่อนการประชุมและขอเปลี่ยนสถานที่ไปที่ภูทับเบิกแทน โดยให้เหตุผลว่าระยะเวลามีความกระชั้นชิดและเกรงไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต และควรมีผู้แทนกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมจึงขอให้เลื่อนประชุมออกไปก่อนและควรประชุมในพื้นที่ภูทับเบิก พร้อมยังมอบอำนาจให้นายวันชัยและนายชาญวิทย์เป็นตัวแทนกลุ่มฯรับฟังหารือในเบื้องต้น ก่อนจะมีการประชุมใหญ่ต่อไป อย่างไรก็ตามนายพรชัย บัญชาสวรรค์ นายปิยะรักษ์ แซ่เถา นายมงคล เถารักตระกูล 3 แกนนำที่ยื่นข้อเรียกร้องระหว่างก่อม๊อบปิดถนนไม่ได้เข้าร่วมประชุมดังกล่าว
อย่างไรก็ตามในการประชุมนายบัณฑิตย์สรุปว่า การรื้อถอนรีสอร์ตทั้ง 19 รายจะมีความต่อเนื่องต่อไป แต่ให้ระยะเวลา 7 วันนับจากวันที่ 23ส.ค.เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 29 ส.ค. ให้ทางผู้ประกอบการรื้อถอนเอง หากครบกำหนดเวลาแล้วเจ้าหน้าที่จะทำงานต่อ
"เราพยายามผ่อนปรนโดยเห็นความตั้งใจพี่น้องผู้ประกอบการ พยายามจะรื้ออยู่แล้ว จึงฝากผู้ใหญ่วันชัยในฐานะมีบทบาทเป็นทั้งตัวแทนและผู้ใหญ่บ้านฝากไปแจ้งผู้ประกอบการทั้ง 19 ราย ส่วนจะให้เลื่อนการประชุมคิดว่าไม่จำเป็นเมื่อเจ้าหย้าที่แจ้งแล้วก็จะดำเนินการ และข้อเรียกร้องอื่นก็อยู่ในร่างแผนแม่บทที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งผู้ใหญ่วันชัยก็อยู่ร่วมที่ประชุมแทบทุกครั้ง"นายบัณฑิตย์กล่าว
ทั้งนี้ในการประชุมนายบัณฑิตย์เปิดโอกาสให้นายวันชัยและนายชาญวิทย์และตัวแทนชาวบ้านสอบถามข้อสงสัย โดยนายบัณฑิตย์กล่าวว่าอยากฟังตัวแทนสอบถามโดยเฉพาะประเด็นข้อเรียกร้อง ทางคณะทำงานพร้อมจะชี้แจง ดีกว่าไปพูดกันและไปฟังข่าวลือ กระทั่งไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนตรงกับความเป็นจริง จึงอยากให้มาพูดกันต่อท่ามกลางสื่อมวลชนจะได้เกิดความชัดเจน
จนนายชาญวิทย์กล่าวชี้แจงว่า ถ้าไม่ทำให้พวกเราถูก พวกเราก็ผิดตลอดอยากให้ทางราชการแก้ไขในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า ทั้งนี้นายบัณฑิตย์จึงถามย้ำว่าไม่อยากถามเรื่องที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องมา ซึ่งนายชาญวิทย์ตอบว่าเรารอได้ อย่างไรก็ตามนายบัณฑิตย์ขอให้แยกแยะระหว่างคำสั่ง คสช.โดยไม่ให้ไปปนกับขบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งศาลมีคำสั่งคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วจึงต้องมีการบังคับคดี ส่วนคำสั่งที่ 35/59 มีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่หน้าที่ต้องดำเนินการจึงเป็นคนละส่วนกัน จากนั้นนายบัณฑิตย์ให้ทางอัยการชี้แจงเพิ่มเติม
กระทั่งนายชาญวิทย์กล่าวโต้แย้งโดยระบุว่า ทุกคนมีความกดดันอย่างมาก ขอความเห็นใจจากผู้ใหญ่ขอให้แก้ไขอย่างสร้างสรรค์ หยาดเหงื่อแรงงานกว่าจะได้มายากเย็นแค่ไหน คนเราเกิดมามาในที่ผิด จนนายบัณฑิตย์กล่าวแย้งว่า ทำไมชาวบ้านจึงไม่ปฎิบัติตามคำพิพากษาตั้งแต่มีคำตัดสินแล้ว
นอกจากนี้ยังมีตัวแทนชาวม้งลุกขึ้นสอบถามถึงความชัดเจนกรณีที่ศาลสั่งให้ออกจากพื้นที่ แต่ผู้ประกอบการชาวม้งเหล่านี้อ้างว่าไม่มีที่อยู่จะให้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งนายบัณฑิตย์ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีความเห็นใจและทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับรู้ปัญหาแล้วโดยจะหาทางดูแลกันต่อไป
ขณะเดียวกันก่อนปิดการประชุมนายบัณฑิตย์กล่าวย้ำด้วยว่า "พี่น้องชาวภูทับเบิกยังโชคดีกว่าคนเมืองอีกหลายคน ที่วันนี้ไม่มีบ้านและไม่มีที่ซุกหัวนอนอีกนับหมื่นนับพันคนที่เพชรบูรณ์ ซึ่งภูทับเบิกเป็นสมบัติของประเทศชาติ ภูทับเบิกเป็นของคนไทยท้งแผ่นดิน เพราะฉะนั้นพี่น้องคนไทยสามาารถขึ้นไปชมความงามบนภูทับเบิก ชมทัศนียภาพที่สวยงาม ในขณะเดียวกันพี่น้องชาวภูทับเบิกก็ประกอบอาชีพอยู่อาศัยอย่างมีความสุขได้"







