posttoday
25 กันยานี้วันสุดท้าย รัฐบาลแจกบำนาญผ่าน กอช.

25 กันยานี้วันสุดท้าย รัฐบาลแจกบำนาญผ่าน กอช.

22 สิงหาคม 2559

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

บทความนี้เหมาะสำหรับคุณผู้อ่านที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมากที่สุด

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมประชุมกับท่านเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) นั่นคือ คุณสมพร จิตเป็นธม หลังจากที่ได้พูดคุยกับท่านระยะหนึ่งแล้ว ก็ทำให้ผมได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของกองทุนดังกล่าว โดยกองทุนแห่งนี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ทำงานอิสระหรือคนที่ไม่มีงานทำ จะได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการออมแห่งชาติ และที่สำคัญที่สุดก็คือ พี่น้องชาวไทยที่มีอายุเกิน 50 ปี จะมีโอกาสพิเศษสุดภายใน 25 ก.ย.นี้ ที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้ครับ

หนึ่ง อายุเกิน 50 ปี ก็ออมเงินได้ต่อไปจนครบ 10 ปี

คุณผู้อ่านที่ตัวเองหรือญาติมิตรมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. หรือกองทุนประกันสังคม และอยากจะออมเงินเพื่อเกษียณอายุ ในเวลานี้ทาง กอช.ได้เปิดรับสมัครผู้สูงอายุเข้าเป็นสมาชิก ด้วยหลักเกณฑ์ของกฎหมายตามพระราชบัญญัติการให้สิทธิแก่ผู้สมัครสมาชิก กอช.เป็นกรณีพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถออมได้ 10 ปีเต็มนับจากอายุตัวในวันที่สมัครสมาชิก ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีแล้วด้วยที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้โดยไม่จำกัดอายุ โดยจะหมดเขตรับสมัครตามเงื่อนไขนี้ ในวันที่ 25 ก.ย. 2559 เท่านั้น

เนื่องจากกฎหมายให้สิทธินี้เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ พ.ร.บ.มีผลใช้บังคับ ดังนั้นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้ภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้เท่านั้น ซึ่งจะครบ 1 ปีนับจากวันที่ประกาศกฎหมายฉบับนี้ ส่วนผู้ที่มีอายุ 50–60 ปี ถ้าสมัครสมาชิกก่อนวันที่ 25 ก.ย. ก็จะยังได้รับสิทธิออม 10 ปี นับจากอายุตัวในวันที่สมัคร แต่ถ้าเลยวันที่ 25 ก.ย.ไปแล้ว ก็สามารถสมัครสมาชิกได้ แต่จะออมได้ถึงอายุ 60 ปีเท่านั้น 

สอง รัฐบาลจ่ายสมทบให้ฟรีๆ อีก 100% ของเงินออมต่อปี

หากคุณผู้อ่านที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติเป็นสมาชิก กอช.ได้ หากตัดสินใจก่อน 25 ก.ย. 2559 คุณผู้อ่านยังจะได้รับเงินเพิ่มสมทบพิเศษอีกร้อยเปอร์เซ็นต์ของเงินออมต่อปี แต่ไม่เกิน 1,200 บาท/ปี ไปจนครบ 10 ปี ซึ่งจ่ายให้โดยรัฐบาล 

ผลประโยชน์ที่สมาชิก กอช. กลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุจะได้รับก็คือ เงินสมทบที่รัฐบาลจะจ่ายเข้าบัญชีกองทุนของสมาชิกในจำนวนเท่ากันกับเงินที่สมาชิกออมเข้ากองทุน นั่นคือคิดเป็น 100% ของเงินออม แต่ไม่เกินปีละ 1,200 บาทที่รัฐจะสมทบให้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือฝาก กอช.  1,200 บาท ได้เพิ่มอีก 1,200 บาท/ปี นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ กอช. นำเงินสะสมและเงินสมทบไปลงทุนหาดอกผลให้กับสมาชิก ซึ่งพลังของดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้สมาชิกมีเงินในบัญชีกองทุนเพิ่มมากขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย

โดยเงื่อนไขการออมก็ไม่ยุ่งยากหรือเป็นภาระ เพราะไม่จำเป็นต้องส่งเงินออมทุกเดือน และแต่ละครั้งจะส่งเท่าไหร่ก็ได้ตามจำนวนเงินที่สมาชิกสะดวก ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกครั้ง จึงเป็นรูปแบบการออมที่ยืดหยุ่นมากสำหรับผู้มีรายได้น้อยและเป็นรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ

สำหรับคุณผู้อ่านที่ไม่ค่อยจะมีเวลา จะฝากครั้งเดียวต่อปีก็ได้ ทำให้สะดวกและยังได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากรัฐบาลอีกด้วย

สาม แล้วฝากต่อปีเท่าใดดีล่ะ? จึงจะได้ผลตอบแทนสูงสุด

หากมองในแง่ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว คุณผู้อ่านควรจะออมเงินแบบปีละ 1,200 บาท โดยมีเหตุผลดังนี้ครับ

- ข้อดี ออมปีละ 1,200 บาท  รัฐบาลสมทบทุนสูงสุดที่ 1,200 บาท/ปี เท่ากับได้ผลตอบแทน 100%  ผลตอบแทนสูงที่สุด

- ข้อไม่ดี  พอออมครบ 10 ปีแล้ว  เราจะเริ่มได้รับเงินคืน ไม่ได้เงินก้อนนะครับ แต่จะได้เป็นเงินดำรงชีพ เดือนละ 600 บาทไปจนกว่าเงินในบัญชีของเราจะหมดลง น่าจะสักประมาณ 4-5 ปี พอเงินหมด กอช. ก็จะหยุดจ่าย ซึ่งถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ก็คงต้องคิดดูอีกทีว่าจะมีเงินจากไหนมาใช้กินทุกเดือน

สี่ ออมเดือนละ 1,100 บาท หรือ ปีละ 13,200 บาท ดีที่สุด

จากการคำนวณและการแนะนำของเจ้าหน้าที่ใน กอช.  พบว่าการออมเดือนละ 1,100 บาท หรือปีละ 13,200 บาท ดีที่สุด โดยมีเหตุผลมาจาก

- ข้อดี  หลังจากเราออมปีละ 13,200 บาทไปแล้ว พอครบ 10 ปี  เราก็จะเริ่มได้รับเงินคืนจาก กอช. ทุกเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 600 บาท ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะจากโลกนี้ไป โดยไม่ต้องกังวลว่าถ้าเงินในบัญชีหมดแล้วจะทำยังไง เพราะ กอช.จะยังจ่ายบำนาญตลอดชีพนี้ให้เราไปเรื่อยๆ หรือต่อให้เราจากโลกนี้ไปก่อน โดยที่เงินในกองทุนของเรายังเหลืออยู่ เงินดังกล่าวก็จะถูกโอนไปยังทายาทของเราต่อไป  จำนวนเงิน 600 บาทนี้แหละ ที่ถือว่าพอจะช่วยแบ่งเบาภาระของเราหรือญาติมิตรของเราไปได้บ้าง

- ข้อดี (อีกข้อ) ถึงแม้รัฐบาลยังคงสมทบทุนสูงสุดให้เราที่ 1,200 บาท/ปีเช่นเดียวกัน แต่ด้วยเงินต้นที่ 13,200 บาท ได้สมทบทุนจากรัฐอีก 1,200 บาท คิดคร่าวๆ ก็คือผลตอบแทน 9% ต่อปี ซึ่งถ้าเราเอาไปฝากออมทรัพย์ธรรมดาๆ ยังไงดอกเบี้ยต่อปีก็เทียบกันไม่ได้

แต่การออมเงินปีละ 13,200 บาท สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการอยู่ ก็อาจเลือกออมเท่าที่สะดวกหรือมีกำลังจะออมก็ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่ได้กับได้ จะได้มากได้น้อยอยู่ที่กำลังการออมของแต่ละคนเท่านั้นเอง

ท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านบ้างนะครับ  อย่าลืมว่าต้องเป็นผู้ที่ไม่มีประกันสังคม หรือ กบข. ถึงจะมีสิทธิสมัครสมาชิก ส่วนคนที่อายุเกิน 60 ปีไปแล้ว จะต้องสมัครเป็นสมาชิก กอช. ก่อน 25 ก.ย.นี้เท่านั้นนะครับ  สงสัยโทรไปสายด่วนการออม โทร. 02-017-0789

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท