
ฟันโกงออนไลน์
เมื่อสังคมออนไลน์หรือโลกเสมือน มีความซับซ้อนมากขึ้นไม่แพ้สังคมจริง ภูมิคุ้มกันที่พยายามสร้างให้กับคนไทยรู้ทันสังคมออนไลน์ที่เปิดกว้างจากทั่วโลกจึงอาจสร้างไม่ทัน เห็นได้จากจำนวนเว็บไซต์หลอกลวง เช่น แชร์ลูกโซ่ลักษณะต่างๆ การขายสินค้าหรือบริการที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงยังเกิดขึ้นมากมาย นั่นหมายถึงว่ายังมีผู้อาจตกเป็นเหยื่ออยู่อีกจำนวนมาก
เมื่อสังคมออนไลน์หรือโลกเสมือน มีความซับซ้อนมากขึ้นไม่แพ้สังคมจริง ภูมิคุ้มกันที่พยายามสร้างให้กับคนไทยรู้ทันสังคมออนไลน์ที่เปิดกว้างจากทั่วโลกจึงอาจสร้างไม่ทัน เห็นได้จากจำนวนเว็บไซต์หลอกลวง เช่น แชร์ลูกโซ่ลักษณะต่างๆ การขายสินค้าหรือบริการที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงยังเกิดขึ้นมากมาย นั่นหมายถึงว่ายังมีผู้อาจตกเป็นเหยื่ออยู่อีกจำนวนมาก
ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน มาจัดการกับปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อผ่านทางสื่อต่างๆ รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
สำหรับผลดำเนินงาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสื่อโฆษณากว่า 2.1 หมื่นรายการ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออินเทอร์เน็ต มีการดำเนินคดี 479 รายการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งระงับโฆษณา 170 ราย และดำเนินคดี 96 ราย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที สั่งปิดเว็บไซต์ 29 ยูอาร์แอล ดำเนินคดี 9 ยูอาร์แอล ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค บก.ปคบ. ดำเนินคดีผลิตภัณฑ์ 150 รายการ จำนวนของกลาง 917 รายการ มูลค่า 140.8 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าด้วยจำนวนผู้กระทำผิดที่มากมายดังกล่าว ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อผ่านสื่อต่างๆ บางครั้งไม่ใช่เกิดจากความโลภ แต่ด้วยจำนวนดอกเบี้ยเงินฝากที่ผิดเพี้ยนต่ำมากมาเป็นเวลานานหลายปี จึงจำเป็นต้องนำเงินที่ฝากไว้ไปหาผลตอบแทนที่มากกว่า ด้วยการเก็งกำไรในรูปแบบต่างๆ ตามที่มีการออกมาเร่งตรวจสอบไฮโซม่านฟ้า ที่ระดมทุนประชาชนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก และสัญญาจะให้ผลตอบแทนสูง อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เช่นเดียวกับ เก๋ เลเดอเรอร์ ที่ระดมทุนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเหมือนกัน
ขณะที่การหลอกลวงเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บก็มีเกลื่อนในโลกออนไลน์ โดยใช้ภูมิปัญญาแพทย์ทางเลือกที่ดี นำไปบิดเบือนหาประโยชน์ หลอกผู้เจ็บป่วยขายสิ่งที่อ้างว่าเป็นยาแผนโบราณอยู่มากมาย เหยื่อที่เจ็บป่วยเมื่อเห็นมีการนำเสนอผ่านสื่อก็ให้ความเชื่อถือ ลองไปซื้อมาบริโภค ซึ่งช่วงแรกอาจจะเกิดอุปาทานว่าช่วยให้ดีขึ้น แต่ระยะยาวอาการป่วยต่างๆ ก็ยังไม่หาย เสียเงินไปรายละหลายหมื่นบาทกว่าจะรู้ว่าไม่ได้ผล และโดนหลอกซ้ำรอยเหมือนกรณีป้าเช็งน้ำหมัก
ดังนั้น เมื่อสังคมในโลกเสมือนจริงหรือสังคมออนไลน์มีความซับซ้อนมากขึ้น และจากการที่สาธารณูปโภคและอุปกรณ์เกี่ยวกับโทรคมนาคมดังกล่าวราคาถูกลง มีการเข้าถึงได้ในวงกว้างขึ้น ขณะที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชาวบ้านอาจจะตามไม่เท่าทัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้ภาครัฐเอาจริงเอาจัง หากการป้องกันและปราบปรามยังไม่มีกฎหมายหรือหน่วยงานไหนมีอำนาจตรง ต้องใช้เวลาในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ให้พร้อมถึงทำงานได้ ปัญหานี้ก็อาจจะต้องตั้งหน่วยงานเบ็ดเสร็จขึ้นมาดูแลในส่วนนี้ เพราะทิศทางของประเทศไทยจะพัฒนาไปทางเศรษฐกิจดิจิทัล หากไม่มีหน่วยงานตรงขึ้นมาดูแลปัญหานี้ สิ่งนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคตจนแก้ไม่ทันได้







