
นพดลแนะตอบคำถาม3ข้อก่อนให้สว.เลือกนายกฯ
"นพดล"เรียกร้องผู้ที่เห็นว่าส.ว.ควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ต้องตอบคำถาม 3 ข้อให้ได้เสียก่อน แนะคำนึงถึงหลักการและเสียงของประชาชนบ้าง
"นพดล"เรียกร้องผู้ที่เห็นว่าส.ว.ควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ต้องตอบคำถาม 3 ข้อให้ได้เสียก่อน แนะคำนึงถึงหลักการและเสียงของประชาชนบ้าง
นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศนี้ขัดแย้งและตีความได้ทุกเรื่องจริงๆ ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองเพิ่มไปอีก ว่ากำลังเถียงกันแต่เรื่องการอยากมีอำนาจ ถ้ายึดหลักการและอ่านคำถามพ่วงตามตัวอักษร และเข้าใจเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงคงไม่ต้องเถียงเลยว่า ส.ว.ควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯหรือไม่ คนที่เห็นว่าส.ว.ควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯนั้น ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้เสียก่อนคือ
1.ใน 5 ปีแรก ส.ว.เกือบทั้งหมดมาจากการคัดเลือกของ คสช. ไม่ได้มาจากประชาชนเช่น ส.ส. ทำไมส.ว.จึงควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ที่โดยหลักการควรเป็นอำนาจของตัวแทนประชาชน
2.ถ้า สนช.ต้องการให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ได้ ทำไมไม่ระบุให้ชัดเจนในคำถามพ่วงเพื่อให้ประชาชนออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
3.คำถามพ่วงที่ผ่านประชามติถามว่าท่านเห็นชอบให้ส.ว.ร่วมเห็นชอบตัวนายกฯกับ ส.ส.หรือไม่เท่านั้น ไม่ได้ถามว่าท่านเห็นชอบให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯหรือไม่ ดังนั้นการจะแก้รัฐธรรมนูญเกินเนื้อหาและเจตนารมณ์ของคำถามพ่วง ถือว่าเป็นการบิดเบือนเจตจำนงค์ของประชาชนหรือไม่
"มีคนพูดว่าการเปิดทางให้ส.ว.ร่วมเห็นชอบตัวนายกฯกับ ส.ส. เปรียบเสมือนเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดเม็ด ถ้าจะกลัดผิดเพิ่มอีกเม็ดโดยให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯก็คงไม่เป็นไร แต่ผมขอถามว่าประเทศเราจะไม่ยึดหลักอะไรเลยหรือ จะทำอะไรก็ขอให้คำนึงถึงหลักการและเสียงของประชาชนบ้างว่าเขาเห็นชอบคำถามพ่วงบนพื้นฐานของเนื้อหาเช่นไร ที่พูดมาไม่ได้เรียกร้องประโยชน์ให้นักการเมือง แต่ขอบันทึกความเห็นไว้ ถามว่าสิ่งที่ถูกใจมันถูกต้องไหม ถ้าไม่ยึดหลักการประชาธิปไตยก็ขอให้ยึดหลักโลกธรรม 8 ไว้บ้าง คือ มีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีลาภย่อมเสื่อมลาภ มียศก็ย่อมเสื่อมยศ บุคคลใด ก็ย่อมหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้น"นายนพดลกล่าว







