
ซับซ้อน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
สัญญาณดิ้นหนีตายปรากฏชัด หลังจากแผงหนังสือปากซอยปรับกลยุทธ์หันมาขาย “หวยซอง” หรือเลขเด็ด เลขดัง เลขเก็งจากอาจารย์ต่างๆ ที่วางโชว์ไว้เกลื่อนแผง
เดิมทีแผงหนังสือแผงนี้เป็นแผงใหญ่ประจำย่านนี้ ในยุครุ่งเรืองขายตั้งแต่หนังสือพิมพ์ นิตยสารหัวไทย หัวนอก หนังสือรถ หนังสือมวย หนังสือเพลง หนังสือวับๆ แวมๆ การ์ตูน เรื่อยไปจนถึงพ็อกเกตบุ๊ก
ต่อมาในยุคอัสดงของสิ่งพิมพ์ แผงหนังสือเจ้าอื่นล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ แต่แผงนี้ก็ยังอยู่รอดมาได้ เพียงแต่ค่อยๆ ลดขนาดแผง จำนวน และชนิดของหนังสือลงไปเรื่อยๆ ล่าสุดเหลือขายเพียงแค่หนังสือพิมพ์ไม่กี่หัว กับนิตยสารไม่กี่ฉบับ ในวันที่ลูกค้าประจำเริ่มลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่รู้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมร้านนี้ยังคงยึดอาชีพขายหนังสือ ทั้งที่รายได้ต่อวันลดลงเรื่อยๆ และยังมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อไป แต่หากคิดที่จะเดินหน้าประคับประคองธุรกิจนี้ต่อไปก็อาจต้องปรับตัวหา
วิธีการต่างๆ มาใช้
ไม่ต่างจากร้านหนังสือค่ายใหญ่ที่ต้องลดจำนวนชั้นหนังสือ ปรับเปลี่ยนเป็นชั้นขายอุปกรณ์เครื่องเขียน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไว้ให้ลูกค้าได้จับจ่ายใช้สอย ซึ่งบางครั้งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายในร้านก็ดูขัดหูขัดตาไม่คิดว่าจะเอามาขายกันในร้านขายหนังสือ
น่าสนใจตรงที่ท่ามกลางบรรยากาศ “ขาลง” ของหลายธุรกิจ แต่ธุรกิจ “หวยซอง” กลับสวนกระแสได้รับความนิยมจากลูกค้าขาจร ขาประจำ แบบล้นหลาม
ยิ่งใกล้ช่วงวันหวยออกลูกค้าพากันมายืนออหน้าแผงเลือกสรร “หวยซอง” ยี่ห้อต่างๆ ที่คนขายคอยบรรยายสรรพคุณว่าเจ้านั้น เจ้านี้ แม่นยำขนาดไหน พร้อมหยิบยกสถิติในอดีต ทั้งถูกตรงๆ แบบเข้าเป้า หรือเฉียดหน้า เฉียดหลัง ให้ลูกค้าใช้ประกอบวิจารณญาณสำหรับเลือกซื้อ
หากมองข้ามประเด็นที่สะท้อนให้เห็นว่าคนอ่านหนังสือแบบสิ่งพิมพ์น้อยลง แต่สนใจกับเรื่องตัวเลขใบ้หวยมากขึ้นเรื่อยๆ จนสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมอีกแง่มุม
แต่อีกจุดที่น่าคิด คือ ธุรกิจหวยซองที่บูมนั้นมีปัจจัยสนับสนุนจากไหน และเหตุผลอะไรที่คนจะยอมควักกระเป๋าเสียเงินเพื่อแลกกับ “คำใบ้” ที่ไม่มีการการันตีผลลัพธ์ว่าจะออกตรงกับคำใบ้หรือไม่
ในแง่ข้อมูลความถูกต้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนยี่ห้อไหนก็คงยากที่จะเคลมความแม่นยำได้ตลอด ลำพังสถิติการถูกครั้งสองครั้งในอดีต ก็ทำได้เพียงหล่อเลี้ยงกระแสความนิยมแค่งวดสองงวดไม่ใช่ตลอดไป
การล้มหายตายจากของเจ้าเก่าๆ แทนที่ด้วยการเกิดใหม่ทดแทนมาเรื่อยๆ ทำให้ธุรกิจนี้เดินหน้าต่อไปได้แบบไม่สะดุด
ที่สำคัญไม่ว่าจะในสภาพบรรยากาศธุรกิจขาขึ้นหรือซบเซาก็ไม่มีผลต่อธุรกิจแนวนี้ มิหนำซ้ำในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำอาจยิ่งเป็นปัจจัยทำให้ธุรกิจที่หากินกับ “ความหวัง” ได้รับความนิยมมากขึ้น
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องกลับมาพิจารณา “มุมมอง” ต่อการซื้อสลากกินแบ่งหรือหวย ของคนในยุคนี้ว่ากำลังก้าวไปไกลเกินจากการ “เสี่ยงดวง” แบบมั่วซั่วไร้ที่มาที่ไป มาเป็นแบบมีหลักอ้างอิง
แม้หลักอ้างอิงที่หยิบยกมาใช้นั้นจะไม่สามารถอธิบายที่มาที่ไปได้อย่างมีเหตุมีผล อาทิ ตามหลักความน่าจะเป็น หรือหลักสถิติ ที่มีการเก็บข้อมูลและคาดการณ์ล่วงหน้า แต่อาจเป็นเพียงแค่การ
แรนดอมโดยใช้ความรู้สึกเป็นหลักเสียมากกว่า
ความซับซ้อนอยู่ที่เพราะเหตุใดทำไมคนถึงยอมเสียเงินเพิ่มให้กับคนที่จะมาช่วยเดาตัวเลข ทั้งที่ความสามารถในการเดาของเราเองก็อาจไม่แตกต่างหรืออาจถึงขั้นดีกว่าบรรดาซองหวยด้วยซ้ำ
ซองหวยหลายซองอาจใช้หลักการทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยคำนวณหาชุดตัวเลขที่ออกบ่อย ตามหลักสถิติเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่อาจถึงขั้นฟันธงผลที่จะออกมาได้ชัดเจน
ก่อนหน้านี้หลายคนที่ขาดจินตนาการหรือไม่มีความสามารถคิดหาเลขเด็ดได้ด้วยตัวเอง ยิ่งหากสถิติในการเดาของตัวเองไม่เข้าเป้าเหมือนชาวช่องที่ประสบความสำเร็จด้านนี้ด้วยแล้ว อาจต้องพึ่งพา “ตัวช่วย” ตีความตามสัตว์แปลกๆ วันเกิด วันตาย วันครบรอบโอกาสต่างๆ จนกระทั่งไปถูหาจากต้นไม้เก่า ของโบราณ หรือพึ่งพาบารมีเจ้าพ่อเจ้าแม่สำนักต่างๆ ช่วยชี้แนะแนวทาง
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่การสร้างความ “เชื่อมั่น” ให้กับ “ความหวัง” ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วความเชื่อมั่นดังกล่าวอาจไม่ใช่การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือโอกาสถูกหวยให้มากขึ้นก็ตาม
การเสี่ยงดวงในยุคนี้ จึงอาจไม่ใช่เรื่องของความหวังที่เลื่อนลอยอีกต่อไป แต่เป็นความหวังที่ยืนอยู่บนฐานคิดที่สลับซับซ้อน แม้บางทีอาจดูเลื่อนลอยก็ตาม







