
เปรียบเส้นทาง‘พฤษภาทมิฬ’ ถ้า‘บิ๊กตู่’เป็นนายกฯคนนอก
เมื่ออดีตอาจย้อนรอยกลับมาได้เสมอ คงจะไม่ผิดหากนำเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือน พ.ค. 2535 หรือ “พฤษภาทมิฬ”
เมื่ออดีตอาจย้อนรอยกลับมาได้เสมอ คงจะไม่ผิดหากนำเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือน พ.ค. 2535 หรือ “พฤษภาทมิฬ” มาเป็นโมเดลที่จะเป็นบทเรียนให้เหตุการณ์ในตอนนี้กับประเด็นที่มานายกรัฐมนตรี (คนนอก)
“ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเกมของพรรคการเมืองหมดเลย ซึ่งอาจจะมีทหารเกี่ยวข้องบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเกมที่พรรคการเมืองต้องการที่จะปัดแข้งปัดขาพรรคอื่นไม่ให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตอนนั้นพรรคสามัคคีธรรมมาเป็นที่ 1 เขามีหุ่นเชิด คือคุณณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม
แต่ว่ามีข่าวปล่อยว่าคุณณรงค์ เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเกมทหารหรือพรรคการเมือง แต่ในท้ายที่สุดเขากัน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ทั้งที่จะได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เกมในปัจจุบันนี้ คือการช้อนขึ้นมา คือการสร้างทางให้คุณประยุทธ์ หรือทหารให้ได้ขึ้นมาเป็นนายกฯ เพราะดูว่าน่าจะยาว เพราะหลายคนดูจากคะแนนเสียงประชามติถึงกับพูดว่าคงจะอยู่ยาวแล้วล่ะ ทั้ง สนช. สปท. ก็ขึ้นมาเป็น สว.”
ไชยันต์ ไชยพร นักวิชาการเชี่ยวชาญปรัชญาการเมืองคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปรียบเทียบความพยายามปูทางนายกรัฐมนตรีคนนอก ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร
อาจารย์ไชยันต์ ได้อธิบายพร้อมให้เหตุผลเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยพฤษภาทมิฬ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มาของ พล.อ.สุจินดา สู่ถนน นายกฯ คนนอก เจ้าของคำพูดที่ว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ” กลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งประชาชนต้องออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง กับเส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังมีคนรอบข้างหรือกลุ่มผลประโยชน์พยายามปูทางไว้รอว่า เส้นทางของทั้ง 2 คนนี้ ไม่คล้ายกัน แต่พวกกลุ่มผลประโยชน์ในยุคปัจจุบันกำลังพยายามให้เป็นเช่นนั้น
อาจารย์ไชยันต์ อธิบายต่อว่า การที่รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย กำหนดว่านายกฯ ต้องมาจากรายชื่อของพรรคการเมือง อีกทั้งยังเปิดกว้างว่า คนที่มาเป็นนายกฯ ไม่ต้องเป็น สส.ก็ได้ ทำให้ไม่มีเซอร์ไพรส์ คือ ไม่มีแบบ พล.อ.สุจินดา เพราะเมื่อเลือกตั้งแล้ว ไม่สามารถหานายกฯ ขึ้นมาได้ จึงมีกระบวนการเสนอชื่อขึ้นมา ซึ่งคนที่อยู่ในเกมการเมืองไม่ใช่ประชาชนวงนอกจะมองเห็นว่า แต่ละขั้นตอนจะเป็นยังไง รัฐธรรมนูญฉบับนี้พยายามที่จะออกแบบมา ไม่ให้ไอ้โม่งมาอยู่แล้วซึ่งก็ดีแล้ว
“แต่ตอนนี้การที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาแสดงเจตนารมณ์ที่จะตั้งพรรคการเมือง ผมว่ามันเร็วเกินไปแล้ว ประชาชนก็รู้ว่าคิดอะไร และสุดท้ายเมื่อต้องเสนอชื่อแล้วผ่าน เท่ากับว่าประชาชนให้อาณัติอีกรอบหนึ่ง แต่ถ้าประชาชนไม่เลือกให้อาณัติ ทั้งที่มีชื่อทหารอยู่ก็ชัดเจนว่าประชาชนไม่เอาถูกหรือไม่ เราต้องยอมให้เกมในสภามันเดิน ให้ สส.เขาตกลงกันว่านายกฯ จะมายังไง แต่เมื่อเลือกไม่ได้จริงๆ ก็ให้ประชาชนเขาเห็นกันเอง แล้วแสดงให้เห็นว่าคนนอกไม่ได้รีบร้อนมาเป็นนายกฯ มันต้องเปิดโอกาส เพราะตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดระยะเวลาการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับอื่น มันยังมีเวลา”
บทเรียนพฤษภา’35 ชูนายกฯ
การปูทางขณะนี้ทุกอย่างวางให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ อาจารย์ไชยันต์ ฉายภาพว่า ถ้าทหารเขาเรียนบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ไม่จำเป็นต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ ทหารเขาฉลาดขึ้นเยอะ เขาต้องระมัดระวังจากบทเรียน ไม่คิดว่าเขาต้องการอำนาจแต่อาจด้วยเป้าหมายอื่นที่พูดลำบาก ทหารเองก็ลับลวงพราง เมื่อพฤษภาทมิฬเป็นรุ่น จปร.5 มันชัดเจน แต่ทหารตอนนี้ไม่มีรุ่นลำบากเครือข่ายมีแนวดิ่งลงมาเยอะ
“ผมไม่เข้าใจว่าทหารที่เกษียณแล้ว ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งคุณไพบูลย์ ก็เหมาะที่จะเป็นนายกฯ มาก ทั้งการทำงาน การพูดจาเป๊ะๆ แต่ประเด็นวันนี้ที่ทหารเหล่านี้บริหารงานได้เพราะเขามีกองทัพ แต่ถ้าถึงเวลาเลือกตั้งแล้วเขากลายเป็นนายกฯ ในเวลานั้น กองทัพก็อยู่ส่วนของกองทัพ ผบ.ทบ.ก็อยู่ในส่วนของเขา สว.ก็ว่าไป วันนั้นที่ทหารเกษียณแล้วขึ้นมาเป็นนายกฯ เกิดบริหารงานประเทศไม่ดี กองทัพเขาก็ไม่ฟัง ผมไม่เข้าใจและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังต้องต่ออายุ ผบ.ทบ.เลย เมื่อเกษียณเท่ากับขาคุณลอยแล้ว แล้วจะไปทำอะไรได้ ไม่เข้าใจจริงๆ”
เมื่อถามว่า จิ๊กซอว์ที่วางตำแหน่งนายกฯ คนนอกในขณะนี้ไม่จำเป็นต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์หรือ อาจารย์ไชยันต์ กล่าวว่า เป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ แต่ปัญหาคือ หากเป็นทหารที่เกษียณแล้วจะคุมกองทัพได้อย่างไร สมัย พล.อ.เปรม ต่ออายุ ผบ.ทบ. และถามว่า พล.อ.เปรม ถูกทำรัฐประหารกี่ครั้ง ทั้งช่วงวันที่ 1 เม.ย. 2524 และ 9 ก.ย. 2528 เวลานั้นที่ พล.อ.เปรม อยู่ได้คือ กองทัพแตกแยก ทั้งสาย พล.อ.ชวลิต สาย จปร.5 และสายยังเติร์ก ซึ่งต้องอยู่ท่ามกลางความแตกแยกนี้
“แต่การปฏิวัติ 22 พ.ค. 2557 เขาทำให้ทหารไม่แตก เขายังมีเอกภาพไม่ว่าทหารแตงโม ทหารสับปะรด ซึ่งวันนี้คุณเป็น คสช. มีกองทัพ มีอำนาจพิเศษ กฎหมายพิเศษต่างๆ มันดี มันฟังก์ชั่น แต่วันข้างหน้าที่คุณจะไปนักการเมืองสิ่งเหล่านี้ไม่มีเลย ความเป็นเอกภาพของทหารมันคือ หอกข้างแคร่ดีๆ นี่เอง ไม่อย่างนั้นก็ต้องทำให้ทหารแตก”
อาจารย์ไชยันต์ ฉายภาพต่อไปว่า เมื่อถึงเวลาที่กองทัพต้องล่มสลายไปกับนายกรัฐมนตรีที่บริหารไม่ถูกใจประชาชน กองทัพไม่ยอมแน่ ตัวอย่างอเมริกาใต้เมื่อถึงเวลาก็ปฏิวัตินายมันเองทั้งนั้น ไม่ว่าตอนนี้จะวางเด็กตัวเองเข้ามายังไงวันหนึ่งเขาต้องเลือกประโยชน์กองทัพ ไม่ให้กองทัพเสียหาย เช่น ผมเองอยู่จุฬาฯ แล้วถูกแต่งตั้ง ต่อสายมาจากผู้บริหารคนเดิมๆ พอถึงเวลาที่ต้องเลือกรับใช้นาย กับเลือกทำเพื่อจุฬาฯ ที่เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ต่ำกว่าผมลงไปอีกมาก ก็ต้องเลือกที่จะไม่เอานาย ผมรักษาผลประโยชน์จุฬาฯ ก่อน มันเสี่ยงมากและนึกภาพไม่ออก หากทหารเกษียณจะเข้ามา
ในอนาคตประยุทธ์บริหารประเทศไม่ได้ 100%
“สมัยพฤษภาทมิฬ ดูๆ แล้ว พล.อ.สุจินดา ใจแข็งไม่พอ คนข้างๆ ก็ชะเลียจนเละไปหมด ในสมัยนั้นข้อเสียคือประชาชนมีฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้รอบนี้ดีอย่างคือ ประชาชนมี 2 ฝ่าย คือหากเสื้อแดงเริ่มเล่นเกมก่อน เสื้อเหลืองก็ไม่สนับสนุน พอเสื้อเหลืองออกมาเสื้อแดงก็ออกมาต้าน ดังนั้นจึงยากที่จะเป็นพวกเดียวกัน และถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ขึ้นมาเป็นนายกฯ คงจะไม่เหมือนสมัยพฤษภาทมิฬ เพราะคนไม่ได้เซอร์ไพรส์มากแล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธและพูดอยู่ทุกวัน
ถ้าประยุทธ์จะรับตำแหน่งจริงๆ โอกาสการทำงานให้สำเร็จเหมือนขณะนี้เป็นไปไม่ได้ 100% นึกภาพไม่ออก ถ้าตั้งรัฐบาลโดยมีเสียง สว. 250 เสียง สส. 100 กว่าเสียง ถามว่าตั้งรัฐบาลแล้วไม่ต้องให้พวก สส.ที่สนับสนุนมาเป็นรัฐมนตรีอย่างนั้นหรอ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ณ ตอนนั้นมันไม่ใช่ที่จะมีพวกทหารเข้าไปนั่งทุกกระทรวง แค่ สว.คุมเกม ทหารอยู่ข้างนอกแล้วรอเวลาพูดไม่รู้เรื่องแล้วค่อยว่ากันอีกที ดีกว่าสวยกว่า ให้ระบบรันไป แล้ว สว.คุมอยู่ห่างๆ ทั้งนโยบาย ไม่อย่างนั้นจะโหวตล้ม แต่นายกฯ ต้องไม่ใช่ทหาร หาก พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาก็ต้องระวังเป็นหุ่นเชิด”







