
ปั้นนักวิเคราะห์ บิ๊กดาต้า
โดย...วิทยา ปะระมะ
โดย...วิทยา ปะระมะ
ภาครัฐมีแผนดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลเช่นเดียวกัน มุ่งใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมและฐานข้อมูล ขับเคลื่อน นำโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นแกนนำ
อุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าว่า รัฐบาลมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ (สรอ.) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเตรียมภาครัฐเข้าสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในแผนงานของ สรอ.ก็มีแผนงานเกี่ยวกับบิ๊กดาต้า นั่นคือการจัดระเบียบและประมวลผลข้อมูลของภาครัฐรมว.ไอซีที ขยายความว่า เมื่อพูดถึงบิ๊กดาต้า ก็คือการจัดระเบียบข้อมูลที่มีจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของข้อมูลในระบบภาครัฐนั้นยังกระจัดกระจายกันอยู่ หน้าที่ สรอ.มี 2 ส่วน คือ 1.การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในการสร้างความเชื่อมโยงของข้อมูล
“มันไม่ใช่แค่การเอาเซิร์ฟเวอร์มาตั้งเยอะๆ นั่นแค่สเต็ปแรก ตั้งแล้วยังต้องวางระบบเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และเชื่อมโยงกันได้จริงๆ นั่นแค่เรื่องพื้นฐานที่สุด” อุตตม กล่าว
ทั้งนี้ ขั้นตอนการจัดระบบดาต้าเซ็นเตอร์ในขณะนี้ สรอ.ต้องไปหารือกับหน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของข้อมูลว่าข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เจ้าของจะจัดเก็บเองหรือแชร์ใช้กับหน่วยงานอื่นในแง่ของเซิร์ฟเวอร์ หรือบางส่วนอาจไปเช่าใช้กับเอกชน โดยเอกชนต้องมีมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลตามที่รัฐกำหนด
“ตอนนี้ สรอ.กำลังเริ่มคุย จึงยังไม่ได้สรุปว่าต้องลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไหน งบประมาณเท่าไหร่ เพราะต้องคุยให้เสร็จก่อน” อุตตม กล่าว
รัฐมนตรีไอซีที กล่าวอีกว่า เมื่อเสร็จจากขั้นตอนการจัดระเบียบข้อมูลแล้ว ส่วนที่ 2 ซึ่งมีความสำคัญเท่าๆ กัน ก็คือกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลหรือที่เรียกว่า Big Data Analytics ซึ่งในจุดนี้รัฐมนตรีไอซีที มองว่าประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรและต้องเร่งเพาะสร้างขึ้นมาโดยด่วน
“บิ๊กดาต้ามาพร้อมกับกระบวนการวิเคราะห์ เมื่อคุณรวบรวมข้อมูลได้แล้ว คุณจะมีแนวทางวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลพวกนี้ได้อย่างไร ที่เขาเรียกว่า Big Data Analytics ตรงนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องเร่งบ่มเพาะบุคลากรของทั้งประเทศ เรามีนักวิเคราะห์ทั่วไป แต่พูดถึงการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งเป็นทักษะประเภทหนึ่ง ต้องมีการเรียนรู้พอสมควร อันนี้บอกได้เลยว่าเมืองไทยยังขาดแคลน” อุตตม กล่าว
สำหรับแนวทางการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น อุตตม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ สรอ.ประสานกับองค์กรภาคเอกชน ผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าแห่งประเทศไทย ในเรื่องการพัฒนาบ่มเพาะบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่อง Big Data Analytics และต้องประสานกับสถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนด้วย โดยให้เริ่มดำเนินการทันที
นอกจากนี้ ยังมีแผนดึงดูดผู้ให้บริการรายใหญ่ระดับโลก อาทิ กูเกิล เฟซบุ๊ก เข้ามาลงทุนในเมืองไทย เพราะหากบริษัทเหล่านี้เข้ามาลงทุน ก็จะช่วยพัฒนาบุคลากรด้วย คนไทยจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และจะช่วยขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดาต้า เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น
อุตตม กล่าวอีกว่า เมื่อมีการวิเคราะห์ข้อมูลเกิดขึ้น สุดท้ายข้อมูลพวกนี้ต้องนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและขับเคลื่อนสังคม
“คำว่ากระบวนการขับเคลื่อน จะต้องรู้จักการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ว่าวิเคราะห์แล้วเห็นภาพอะไร ถึงจะนำไปขับเคลื่อนนโยบายได้ ตรงนี้ผมถึงบอกว่าการสร้างคนที่ใช้บิ๊กดาต้าเป็น การวิเคราะห์เป็น เป็นเรื่องสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนา” รัฐมนตรีไอซีที กล่าว
ทั้งนี้ ภาครัฐสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไปใช้งานได้มากมายมหาศาล ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของภาคเกษตร ประเทศไทยมีเกษตรกรจำนวนมาก สามารถใช้บิ๊กดาต้ามาวิเคราะห์ ตั้งแต่เริ่มต้นขั้นตอนการผลิต อาทิ ข้อมูลพื้นที่ทำกิน คุณภาพดิน หรือวิเคราะห์รายพื้นที่เลยว่าแต่ละพื้นที่มีลักษณะอย่างไร ต้องการการสนับสนุนอย่างไร โยงไปถึงการตลาด เช่น ตลาดอยู่ที่ไหน เรามีสินค้าอะไร เรื่องเหล่านี้เป็นบิ๊กดาต้าได้ทั้งนั้น
“เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมก็รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้เช่นกัน หรือด้านสังคม เมืองไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าความต้องการจริงๆ ของผู้สูงอายุคืออะไร ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง ตลอดจนด้านการศึกษา เรามีนักศึกษาจำนวนเท่าไหร่ ความสำเร็จของการศึกษาเป็นอย่างไร มีปัจจัยใดที่เกี่ยวข้อง พวกนี้ก็บิ๊กดาต้าทั้งนั้น” รัฐมนตรีไอซีที กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สรอ. กล่าวว่า ในปีนี้ สรอ.ได้นำร่องการใช้บิ๊กดาต้าใน 2 เรื่อง คือ เรื่องข้อมูลจราจรซึ่งทำร่วมกับกรมทางหลวง อีกเรื่องคือข้อมูลการเกษตรซึ่งทำกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขณะเดียวกัน ในปีหน้า สรอ.จะขยายผล โดยอาจจะมีการเสนอจัดตั้ง “ศูนย์บิ๊กดาต้าภาครัฐ หรือ Government Data Analytics Center ขึ้น เพื่อเป็นการเลือกวาระหรือประเด็นที่ภาครัฐต้องการนำบิ๊กดาต้าไปใช้ โดย สรอ.จะร่วมมือกับหน่วยงานนี้เป็นเจ้าของเรื่อง นำบิ๊กดาต้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนั้นๆ สิ่งที่จะได้คือข้อมูล Insight ที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้น แม่นยำขึ้น และทันท่วงที
“เราทำไปและเรียนรู้ไปด้วยกันกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล เพราะเป็นเรื่องใหม่พอควร หลายๆ อย่างทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจต่างๆ แต่ในอนาคตหากหน่วยงานรัฐนำบิ๊กดาต้ามาใช้งานมากขึ้น การตัดสินใจทำนโยบายอะไรก็จะแม่นยำขึ้นครับ” ผู้อำนวยการ สรอ.กล่าว







