posttoday
4ยักษ์บัญชีรุกบล็อกเชน

4ยักษ์บัญชีรุกบล็อกเชน

21 สิงหาคม 2559

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในแวดวงการตรวจสอบบัญชี

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในแวดวงการตรวจสอบบัญชี เนื่องจาก 4 บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ของโลกอย่าง ดีลอยท์ เอินส์ท แอนด์ ยัง (อีวาย) ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ (พีดับเบิ้ลยูซี) และเคพีเอ็มจี ได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับการพิจารณาจัดตั้งกลุ่มบริษัทบัญชีที่ดูแลและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในด้านการตรวจสอบบัญชี

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทไมโครซอฟท์ในเมืองนิวยอร์กซิตี้ และเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกของผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนของทั้ง 4 บริษัท ขณะที่ตัวแทนจากบริษัทตรวจสอบบัญชีแห่งอื่นๆ ราว 40 คน ต่างเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วยเช่นกัน

หากกล่าวอย่างรวบรัด บล็อกเชนคือระบบการจัดการและเก็บสถิติการทำธุรกรรมออนไลน์ มีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมทั้งหมดภายในบล็อกเชนได้เอง และไม่จำเป็นต้องดำเนินการผ่านตัวกลางที่เป็นสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ การนำบล็อกเชนมาใช้งานคาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานมากยิ่งขึ้นให้ทั้ง 4 บริษัทตรวจสอบบัญชียักษ์ใหญ่ ซึ่งมีรายได้รวมกันเมื่อปีที่ผ่านมาราว 1.23 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.25 ล้านล้านบาท) และอาจปูทางสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ๆ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยในการออกแบบโครงสร้างของบริการต่างๆ เช่น การตรวจสอบบัญชี บริการด้านภาษี การดูแลและให้
คำปรึกษาทางธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง

ก่อนหน้าการประชุมดังกล่าว ดีลอยท์ อีวาย และพีดับเบิ้ลยูซี ได้เริ่มเดินหน้าสู่การนำบล็อกเชนมาใช้งานจริงแล้ว โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ดีลอยท์พัฒนาแพลตฟอร์มทดลองที่มีความปลอดภัยและความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการจัดการและตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆ โดยดีลอยท์ตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวสำหรับสถาบันการเงินและธนาคาร
รายใหญ่ทั่วโลก

ขณะที่ อีวาย ประกาศตั้งโครงการ สตาร์ทอัพชาลเลน จ์ ระยะเวลา 6 สัปดาห์ขึ้นเมื่อปลายเดือน ก.ค. เพื่อแสวงหาบริษัทสตาร์ทอัพมาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมุ่งเน้นที่การนำไปใช้จัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล เพื่อควบคุมการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และการใช้งานดิจิทัลคอนเทนต์ รวมถึงการใช้บล็อกเชนในกระบวนการซื้อขายในธุรกิจพลังงาน ซึ่งอีวายต้องการให้การดำเนินการดังกล่าวมีความซับซ้อนน้อยลงและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดระยะเวลา ต้นทุนค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ด้าน พีดับเบิ้ลยูซี ประกาศร่วมมือกับบริษัท บล็อกสตรีม และบริษัท บิตเอสอี ที่พัฒนาด้านบริการและเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยความก้าวหน้าเกี่ยวกับโครงการทดลองใช้ระบบบล็อกเชน ในการตรวจสอบบัญชีสำหรับธุรกิจประกันภัยแบบกลุ่ม โดย พีดับเบิ้ลยูซี ระบุว่า การประยุกต์ใช้บล็อกเชนทำให้ตรวจสอบบัญชีได้แบบเรียลไทม์ ลดปริมาณเอกสาร และช่วยให้การรายงานทางการเงินเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เคพีเอ็มจี มองว่าบล็อกเชนสามารถแบ่งเบาภาระของสถาบันการเงินต่างๆ ได้ โดย อีมอน แมคไควร์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการบริหารจัดการทางการเงินของเคพีเอ็มจีให้สัมภาษณ์กับ คอยน์เดสก์ เว็บไซต์นำเสนอข่าวเกี่ยวกับบิตคอยน์และบล็อกเชนเมื่อเดือน มี.ค.ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับระบบคลาวด์แล้ว เทคโนโลยีบล็อกเชนมีศักยภาพมากกว่าในการสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ และจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจหลัก 3 อย่างของบริษัท คือบริการให้คำปรึกษา ภาษี และการตรวจสอบบัญชี 

อย่างไรก็ตาม การก่อตั้งกลุ่มบริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยเฉพาะไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงการเงิน เนื่องจากเมื่อปี 2015 กลุ่มธนาคารอาร์ 3 ที่ริเริ่มโดย 9 สถาบันการเงิน ประกอบด้วย ธนาคารบาร์เคลย์ส ธนาคารบังโก บิลบาว วิซคายา อาร์เจนตาเรีย (บีบีวีเอ) ธนาคารคอมมอนเวลท์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลีย ธนาคารเครดิตสวิส ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ธนาคารเจพีมอร์แกน ธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ธนาคารสเตทสตรีท และธนาคารยูบีเอส ได้ตั้งกลุ่มบริษัทขึ้นเพื่อวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้บล็อกเชนในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งในขณะนี้กลุ่มดังกล่าวมีธนาคารเป็นสมาชิกกว่า 50 แห่งแล้วทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ