
ร้านค้าไม่มีคนขาย แบบอย่างชุมชนพอเพียง
เชื่อหรือไม่ว่ามีร้านขายของซึ่งไม่มีคนเฝ้าร้าน ไม่มีป้ายแสดงราคาสินค้า หากลูกค้าสนใจซื้อสินค้าชนิดใด ก็ชั่งใจตัดสินราคาของสินค้าเอาเอง
โดย...เมธี เมืองแก้ว
เชื่อหรือไม่ว่ามีร้านขายของซึ่งไม่มีคนเฝ้าร้าน ไม่มีป้ายแสดงราคาสินค้า หากลูกค้าสนใจซื้อสินค้าชนิดใด ก็ชั่งใจตัดสินราคาของสินค้าเอาเอง ว่าสมควรมีราคาเท่าไหร่ แล้วนำเงินไปหยอดลงใน “โกล้ง” หรือออมสินของคนปักษ์ใต้ เหตุที่คนใต้เรียกออมสินว่าโกล้งนั้น มาจากสมัยโบราณซึ่งใช้ไม้มาทำเป็นกล่องหยอดเงิน เมื่อใส่เหรียญลงไป เสียงเหรียญโลหะกระทบกับไม้ดัง “โกล้ง” จึงเป็นที่มาของคำเรียกดังกล่าว
ร้านที่ว่านี้คือ ร้านค้าเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขาไพร หมู่ 3 ต.เขาไพรอ.รัษฎา จ.ตรัง ได้ร่วมกันจัดทำโครงการหมู่บ้านสร้างสุขตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น เพื่อสร้างนิสัยความซื่อสัตย์ ความมีวินัย และความเสียสละของคนในชุมชน โดยการสร้าง “หมู่บ้านหยอดโกล้ง” หาเงินเข้าหมู่บ้านเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชน ด้วยการให้ชาวบ้านที่มีพืชผักสวนครัว ผลไม้ และสินค้าต่างๆ ที่เหลือกินเหลือใช้ แล้วนำมาวางไว้ที่ร้านค้าประจำหมู่บ้าน ซึ่งสร้างขึ้นโดยไม่มีคนซื้อ คนขาย โดยร้านค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนบ้านเขาไพร
เมื่อใครผ่านไปผ่านมา อยากได้สินค้าชนิดไหนก็หยิบเอาไป และหยอดเงินใส่ลงไปในกล่อง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หยอดโกล้ง” พร้อมทั้งให้คิดราคาเอง เช่น ชิ้นละ 10-20 บาท ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ข้าวโพดหวาน กระท้อน ทุเรียน ถั่วแตงร้าน และผักต่างๆ
ทั้งนี้ สินค้าจะขายดีมากในช่วงเช้า หลังจากชาวบ้านเสร็จจากกรีดยางพารา และกลับจากส่งลูกหลานไปโรงเรียน ก็จะแวะมาซื้อข้าวของกลับบ้าน ส่วนเงินในกล่อง อบต.เขาไพร จะเป็นผู้รวบรวมนำไปเก็บสะสมไว้ เพื่อใช้ในการพัฒนาถนนหนทางทาง และสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ในหมู่บ้านให้เกิดความสวยงาม
เพียงดาว รอดความทุกข์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) ต.เขาไพร ระบุว่า วิธีการดังกล่าวทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ต้องพึ่งงบประมาณของทางราชการมากนัก อีกทั้งยังเป็นการฝึกความซื่อสัตย์สุจริต และความมีน้ำใจของผู้คน หลังจากดำเนินการมาปีกว่าๆ ทำให้มีเงินสะสมแล้วกว่า 2 หมื่นบาท
สำหรับเงินก้อนแรกที่ได้จาก “หมู่บ้านหยอดโกล้ง” ชาวบ้านตกลงกันว่าจะนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์พืชผัก และดอกไม้ทนแล้ง เพื่อปลูกตลอดสองข้างทางทั่วทั้งหมู่บ้าน หวังให้เป็นถนนที่สวยงามที่สุดในประเทศ และเป็นถนนที่กินได้จากผลผลิตที่ปลูก เช่น มะละกอ พริกสด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้คนในชุมชนได้เคยร่วมกันปลูกดอกไม้สองข้างทางมาแล้วกว่า 5 กิโลเมตร จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีฝูงผีเสื้อหลากสีจำนวนนับแสนตัวมาคอยบินว่อนหาน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้ด้วย
ประกาศิต ยอดศรี ครูโรงเรียนบ้านลำช้าง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่มีการจัดกิจกรรม “ร้านค้าหยอดโกล้ง” มีการตอบรับที่ดีมาก รวมทั้งเห็นภาพของความร่วมไม้ร่วมมือของผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งต่อไปจะมีการยกระดับขึ้นเป็นร้านค้าชุมชน เพื่อให้สมาชิกได้ซื้อสินค้าราคาถูกและดีมีคุณภาพ
พัชรพร กิมิลา นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านลำช้าง บอกว่า ในแต่ละพื้นที่มีโครงการที่ต้องการพัฒนา และต้องการให้ชาวบ้าน รวมทั้งเด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมหลายอย่าง แต่การที่จะให้แต่ละคนนำเงินมาให้นั้นคงจะลำบาก เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ชุมชนจึงได้ชักชวนให้นำพืชผักผลไม้มาวางไว้ยังร้านค้าประจำหมู่บ้านแทน
สำหรับ ทินกฤติ พรหมทอง นักเรียนชั้น ป.6 รู้สึกดีใจที่มีร้านค้าปลอดสารพิษแบบนี้ตั้งอยู่ในชุมชน และส่วนหนึ่งยังจะได้เอาเงินไปพัฒนาหมู่บ้านด้วย ซึ่งตนและเพื่อนๆ ก็มักนำผักและผลไม้มาร่วมกันอยู่เสมอ จึงอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้เยอะๆ และตลอดไป เพื่อให้ชุมชนน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ด้วยความเชื่อมั่น เชื่อใจ และความสัตย์ซื่อต่อกัน วิธีการหยอดโกล้งของบ้านเขาไพร ได้ทำให้คนในชุมชนเกิดความรัก ความสามัคคี และมีระเบียบวินัย เป็นแบบอย่างในการสร้างสังคมที่ดี







