
ซัดนปป.ตั้งรัฐซ้อนรัฐ
บิ๊กตู่ได้กลิ่นเตรียมใช้ความรุนแรง ยังไม่พบเกี่ยวบึ้ม7จ.ใต้
บิ๊กตู่ได้กลิ่นเตรียมใช้ความรุนแรง ยังไม่พบเกี่ยวบึ้ม7จ.ใต้
โพสต์ทูเดย์ - นายกฯ ยันขบวนการกลุ่มประชาธิปไตยเตรียมก่อเหตุเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน ชี้ประเทศจะมาตั้งรัฐซ้อนรัฐไม่ได้
เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ถูกศาลทหารออกหมายจับ ในข้อหาชุมนุมกันเกินห้าคน ฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และข้อหาอั้งยี่ จำนวน 15 คน มาจากมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อส่งมอบตัวให้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งข้อกล่าวหาก่อนควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร
พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานกองบังคับการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทหารได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย หรือ นปป.มาสอบสวนที่กองปราบปราม เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบผู้ต้องหาบางรายมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับความผิดมาตรา 112 และ ค้าอาวุธสงคราม
ทั้งนี้ ศาลทหารได้ออกหมายจับรวมทั้งหมด 17 คน จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้รวมกลุ่มกันที่ จ.นนทบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพัทลุง ก่อตั้งตัวในนามกลุ่มพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย (นปป.) แยกตัวออกมาจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หลังเกิดความขัดแย้งกัน โดยมีการเคลื่อนไหวลักษณะแบบพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อต้านการทำงานของรัฐบาล
ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ถูกปล่อยตัวไป จะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี และหลังตรวจค้นบ้านพักพบอาวุธปืนสงคราม อาก้า ซุกซ่อนในท่อพีวีซีขนาดใหญ่ เบื้องต้นยังไม่พบความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มประชาธิปไตยที่ถูกจับกุมเคลื่อนไหววุ่นวายไปหมด ทั้งบนดินและใต้ดินและทราบว่า กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยได้เตรียมการใช้ความรุนแรง
“ในเรื่องกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ขบวนการต่างๆ มีการสืบต่อเนื่องกันมานานแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นก็มีกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ ถามว่ามันตั้งรัฐซ้อนรัฐได้ไหม เพราะมันผิดอยู่แล้ว ก็ต้องไปว่าตามหลักฐานแบบไหนก็แบบนั้น ผิดก็คือผิด เพราะมีตั้งหลายมาตราที่ผิด” นายกฯ กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้เพียงรายเดียว คือ นายอาหะมะ เลงหะ ที่มีหลักฐานชัดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด โดยยังไม่พบข้อมูลว่าหนีออกนอกประเทศ







