
คำถามพ่วง
เมื่อผลการออกเสียงประชามติถูกประกาศออกมาแล้ว ก็มีผู้ที่พึงพอใจ หรือไม่พึงพอใจกัน จะอย่างละประมาณไหน
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
เมื่อผลการออกเสียงประชามติถูกประกาศออกมาแล้ว ก็มีผู้ที่พึงพอใจ หรือไม่พึงพอใจกัน จะอย่างละประมาณไหน คงจะไม่ทราบได้ แต่การออกเสียงประชามติเป็นเรื่องที่ต้องถือว่าเป็นประชาธิปไตยทางตรงดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาแล้ว พวกเรารู้สึกเช่นไร ก็คงจะต้องยอมรับกันไปตามสภาพ เนื่องจากว่าในสังคมไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เราคงจะไม่ได้อะไรๆ ตามที่เรามุ่งหวังทุกประการ
เรื่องราวต่างๆ ในสังคมทุกๆ สังคมต่างก็เป็นเรื่องของคนหมู่มาก ก็ต้องผ่อนหนักผ่อนเบาตามที่จะสามารถทำได้ โดยหากจะว่ากันตามหลักการ ก็คงจะต้องเป็นหลักการที่สามารถอธิบายกันได้ แม้จะไม่ได้เป็นสากลล้วนๆ ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีอะไรเป็นเช่นนั้นได้ในโลกความเป็นจริงหรือไม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เป็นไทยๆ อย่างแท้ๆ โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงหลักการอันเป็นที่ยอมรับในประเทศส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาประเทศประชาธิปไตย หรือเสรีประชาธิปไตยทั้งหลาย ก็คงจะไม่เหมาะที่จะให้เป็นเช่นนั้นนัก
ผลการออกเสียงประชามติที่ผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 59.40 ของผู้มีสิทธิออกเสียงได้ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 61.35 และให้ความเห็นชอบคำถามพ่วงร้อยละ 58.07 ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่แตกต่างกันไม่มากนัก แต่ทั้งนี้โดยรวมก็ต้องถือว่าเป็นการให้ความเห็นชอบทั้งสองประเด็น ส่งผลให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการตามมาตรา 37/1 ของรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ที่ระบุว่า ถ้าเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับประเด็นคำถามพ่วง และมีผลให้บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ
เมื่อมาพิจารณาคำถามพ่วงที่ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” ร่วมกับมาตรา 37/1 ที่ว่าไปนั้น ก็จะต้องพิจารณาว่าบทบัญญัติใดของร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่สอดคล้องกับคำถามพ่วง จากนั้นก็ให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน หากมองเป็นเบื้องต้นคงจะไม่มีการแก้ไขบทหลัก เนื่องจากคำถามพ่วงนั้นชัดเจนว่าให้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล
สิ่งที่จะต้องพิจารณากันต่อมา ก็คือ คำถามพ่วงนั้นมีรายละเอียดที่ต้องแยกแยะออกมาเป็นประเด็นย่อยอะไรบ้าง ซึ่งเท่าที่เห็นในส่วนแรกก็คงจะเป็นเพียงอารัมภบทซึ่งก็คงจะไม่มีอะไร ส่วนที่จะเป็นสิ่งต้องพิจารณาเป็นสำคัญ คือ “ระหว่าง 5 ปีแรก” “รัฐสภาชุดแรก” “ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา” “เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ” ซึ่งก็ต้องไปไล่เลียงดูว่าประเด็นย่อยเหล่านี้ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร เพื่อจะได้สามารถแก้ไขให้สอดคล้องกันได้
ท่านผู้อ่านลองพิจารณากันดู คำถามพ่วงให้ทำอย่างไรได้บ้าง คราวหน้ามาคุยกันต่อครับ







