
หยุดความสับสน
ผ่านมา 1 สัปดาห์ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงสาเหตุการลอบวางระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัด ยิ่งกว่านั้นท่าทีของรัฐบาล
ผ่านมา 1 สัปดาห์ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงสาเหตุการลอบวางระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัด ยิ่งกว่านั้นท่าทีของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่กลับสร้างความสับสน และทำให้ข้อมูลข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ
ลำดับความสะเปะสะปะของข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ จะเห็นได้ว่าคล้อยหลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้เป้าในทันทีว่าเป็นประเด็นการเมือง วันถัดมาข้อมูลภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดมุ่งไปในแนวทางว่าเป็นคนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงให้สัมภาษณ์ว่าเป็นไปได้ที่จะมีการว่าจ้างคนจากชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุ หลังจากนั้นผลการตรวจดีเอ็นเอจากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ก็ยืนยันว่าตรงกับผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชายแดนภาคใต้และนำไปสู่การออกหมายจับ
ขณะที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตำหนิถึงการจับผู้ต้องสงสัยใน จ.นครศรีธรรมราช ว่าเป็นการรีบร้อนจับกุม และทหารคุมตัวไว้ ขณะที่ฝ่ายทหารโดยผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ก็ตอบโต้ว่าการจับผู้ต้องสงสัยดังกล่าว ตำรวจมีหลักฐานและไปจับเอง โดยขอใช้อำนาจทหารควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้สอบสวน เพราะทหารสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้นาน 7 วัน
ล่าสุด การจับกุมอดีตสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ 17 คน ซึ่งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่า เป็นกลุ่มผู้ประสานงานระหว่างผู้บงการซึ่งเป็นนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กับกลุ่มผู้ประกอบและนำระเบิดไปวางตามจุดต่างๆ แต่ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็แถลงอย่างเป็นทางการ ว่าทั้ง 17 คน เป็นผู้ต้องหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และความผิดฐานอั้งยี่ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิด 7 จังหวัด
จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาฝ่ายรัฐไม่มีการจัดการข้อมูลที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ ต่างกับเมื่อครั้งเกิดเหตุวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์และท่าเรือข้ามฟากสาทร กทม. เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น คสช. ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อเร่งรัด ติดตาม และบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านการสืบสวน สอบสวนคดี การให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต การรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว การจัดการอบรมให้ความรู้ประชาชนและกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ในเรื่องแนวทางการสังเกตสิ่งบ่งชี้ เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้าย รวมถึงการรายงานความคืบหน้าในด้านต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
จริงอยู่ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีนักท่องเที่ยวหลายชาติเสียชีวิตถึง 14 ราย ต่างกับครั้งนี้ซึ่งไม่มีชาวต่างชาติได้รับอันตราย แต่เหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งนี้ก็อยู่ในช่วงที่สังคมโลกกำลังจับตาประเทศไทยหลังการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่รัฐกลับไม่มีการจัดการด้านข้อมูลข่าวสารใดๆ เลย คงปล่อยให้เกิดข่าวลือหรือการปล่อยข่าวจากฝ่ายต่างๆ สร้างความสับสนมากขึ้นไปอีก
รัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่กำลังทำหน้าที่คลี่คลายคดีระเบิด 7 จังหวัด อาจได้ประโยชน์จากความสับสน ในการซื้อเวลาเพื่อคลำหาทางออกของคดีนี้ แต่ยิ่งข่าวลือที่สร้างความสับสนเกิดขึ้นและถูกปล่อยออกมามากเท่าไหร่ ประเทศชาติก็ย่อมได้รับความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น
ในภาวะเช่นนี้ รัฐจำเป็นที่จะต้องมีแผนปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารเพื่อยุติความสับสน และฟื้นคืนความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย ทั้งประชาชนชาวไทยที่จะได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ







