
สนช.ถกคำถามพ่วงกับกรธ.
สนช.ถกคำถามพ่วงกับกรธ. รับยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีข้อเสนอให้สว.ช่วยปลดล็อคเปิดทางนายกฯคนนอก
สนช.ถกคำถามพ่วงกับกรธ. รับยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีข้อเสนอให้สว.ช่วยปลดล็อคเปิดทางนายกฯคนนอก
เมื่อวันที่19ส.ค.59 เวลา 15.45 น. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมเพื่อประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยภายหลังการเข้าชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงของสนช. ที่เสนอให้ส.ว.มีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี ต่อกรธ.เพื่อนำไปปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ว่า ตัวแทนสนช.ได้ชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วง โดยให้รัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส.และส.ว.สามารถเลือกนายกฯ ภายใน 5 ปี โดยให้กรธ.ไปหาวิธีการสร้างกลไกว่าจะเป็นแบบไหน โดยความเห็นของสนช.ไม่มีผลต่อการผูกมัด
ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความของสนช.ที่ต้องการให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ ส่วนวิธีการขึ้นอยู่กับการตีความว่าจะเอาแบบไหน ยกตัวอย่าง หากตีความแบบกว้าง คือส.ว.สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ตั้งแต่เริ่มต้นประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯครั้งแรก แต่หากตีความแบบแคบก็สามารถเสนอชื่อภายหลังเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 272 หลังจากที่รัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ตามบัญชีของพรรคการเมืองได้ ซึ่งทางสนช.ก็รับได้ทั้งสองแนวทาง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลักไก่ และพยายามจะให้มีการแก้ไขในบทเฉพาะกาลโดยที่ไม่กระทบกับบทถาวร เพราะหากทำอะไรเกินเลยไป ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ยอมให้ผ่านอยู่แล้ว
ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า ในการเลือกนายกฯรอบแรกของที่ประชุมรัฐสภา นายกฯต้องมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอ หากสำเร็จก็ดำเนินการไปตามนั้น แต่หากรอบแรกไม่สามารถเลือกนายกฯได้ ขั้นตอนต่อไปก็ต้องมาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ว่าจะคงให้สส.จำนวน 251 คน จาก 500 คน ยังต้องเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้น เพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองคงอยู่หรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป และอาจจะต้องมีการหารือกันอีกครั้ง
เมื่อวันที่19ส.ค.59 เวลา 15.45 น. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมเพื่อประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยภายหลังการเข้าชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงของสนช. ที่เสนอให้ส.ว.มีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี ต่อกรธ.เพื่อนำไปปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ว่า ตัวแทนสนช.ได้ชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วง โดยให้รัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส.และส.ว.สามารถเลือกนายกฯ ภายใน 5 ปี โดยให้กรธ.ไปหาวิธีการสร้างกลไกว่าจะเป็นแบบไหน โดยความเห็นของสนช.ไม่มีผลต่อการผูกมัด
ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความของสนช.ที่ต้องการให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ ส่วนวิธีการขึ้นอยู่กับการตีความว่าจะเอาแบบไหน ยกตัวอย่าง หากตีความแบบกว้าง คือส.ว.สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ตั้งแต่เริ่มต้นประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯครั้งแรก แต่หากตีความแบบแคบก็สามารถเสนอชื่อภายหลังเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 272 หลังจากที่รัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ตามบัญชีของพรรคการเมืองได้ ซึ่งทางสนช.ก็รับได้ทั้งสองแนวทาง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลักไก่ และพยายามจะให้มีการแก้ไขในบทเฉพาะกาลโดยที่ไม่กระทบกับบทถาวร เพราะหากทำอะไรเกินเลยไป ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ยอมให้ผ่านอยู่แล้ว
ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า ในการเลือกนายกฯรอบแรกของที่ประชุมรัฐสภา นายกฯต้องมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอ หากสำเร็จก็ดำเนินการไปตามนั้น แต่หากรอบแรกไม่สามารถเลือกนายกฯได้ ขั้นตอนต่อไปก็ต้องมาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ว่าจะคงให้สส.จำนวน 251 คน จาก 500 คน ยังต้องเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้น เพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองคงอยู่หรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป และอาจจะต้องมีการหารือกันอีกครั้ง







