
สื่อนอกกังวลยุติธรรมไทย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2015 ถึงเหตุระเบิด ณ ศาลพระพรหมเอราวัณ ย่านราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บกว่า 125 ราย ถือเป็นเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น ทว่าแม้เวลาจะผ่านมาครบ 1 ปี แต่กระบวนการยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นที่คลางแคลงใจว่าผู้ก่อเหตุตัวจริงรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมของไทยไปแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2015 ถึงเหตุระเบิด ณ ศาลพระพรหมเอราวัณ ย่านราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บกว่า 125 ราย ถือเป็นเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น ทว่าแม้เวลาจะผ่านมาครบ 1 ปี แต่กระบวนการยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นที่คลางแคลงใจว่าผู้ก่อเหตุตัวจริงรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมของไทยไปแล้ว
สำนักข่าวซีซีทีวีของจีนในสหรัฐ ยกตัวอย่างสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดเหตุระเบิดหลายสิบครั้งในพื้นที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ แม้หลักฐานหลายอย่างจะบ่งชี้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น แต่รัฐบาลยังคงแถลงว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการกระทำของกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง
แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้ในทันที 2 ราย แต่กลับชี้แจงว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ อีกทั้งรัฐบาลยังหลีกเลี่ยงการเอ่ยถึงกลุ่มติดอาวุธที่หลบซ่อนอยู่ทางภาคใต้ด้วย
แอนโทนี เดวีส์ นักกลยุทธ์ด้านความมั่นคงของไอเอชเอส เจนส์ นิตยสารการทหารของสหรัฐ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุระเบิดทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้นในคนละปีอาจเป็นคนละกลุ่ม แต่รัฐบาลไทยกลับยืนยันว่า ทั้งสองเหตุการณ์เกิดจากฝีมือของคนกลุ่มเดียวกัน
สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบีบีซี ที่ระบุว่า การสอบสวนเหตุระเบิดของไทย ตั้งแต่เหตุระเบิดราชประสงค์จนถึงเหตุระเบิดที่ภาคใต้ค่อนข้างสับสน ไม่น่าเชื่อถือ ย้อนแย้ง มุ่งเป้าความขัดแย้งทางการเมือง และไม่นำไปสู่คำตอบที่ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุหรืออยู่เบื้องหลัง
ยกตัวอย่างเช่นกรณีเหตุระเบิดราชประสงค์ ในช่วงแรกตำรวจและรัฐบาลระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดงจนนำไปสู่การจับกุมอ๊อด นักเคลื่อนไหวเสื้อแดง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผู้หญิงอีกรายที่หลบหนีไปยังตุรกี แต่หลังจากนั้นประเด็นเรื่องอ๊อดก็หายเงียบไป ต่อมามีการจับชาวอุยกูร์ได้ 2 ราย และพบวัตถุประกอบระเบิดจำนวนมาก แต่ตำรวจยังเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดง อีกทั้งรัฐบาลยังไม่พยายามขอตัวผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีไปตุรกี
ขณะที่เหตุระเบิดในภาคใต้ที่เกิดขึ้นล่าสุด รัฐบาลยังคงย้ำว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนที่สูญเสียผลประโยชน์ทางการเมือง เช่นเดียวกับที่เคยใช้กล่าวหากลุ่มคนเสื้อแดงกรณีระเบิดราชประสงค์
บีบีซี วิเคราะห์ว่า การที่รัฐบาลไทยชี้แจงเหตุการณ์อย่างสับสนเช่นนี้ เป็นเพราะไม่ต้องการยอมรับว่ามีการก่อการร้ายในประเทศ เนื่องจากจะกระทบต่อการท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นภาคเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี อีกทั้งเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นยังสะท้อนถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารและดูแลความเรียบร้อยของประเทศ







