
ชงรัฐสมทบค่าเรียน
สศค.เสนอรัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนการออมเพื่อการศึกษาแก่ผู้มีรายได้น้อย เดือนละ 400 บาท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี นำร่องใน กทม.ก่อน
สศค.เสนอรัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนการออมเพื่อการศึกษาแก่ผู้มีรายได้น้อย เดือนละ 400 บาท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี นำร่องใน กทม.ก่อน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นักเศรษฐศาสตร์ สศค. นำเสนอผลการศึกษาการส่งเงินสมทบภาคครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระของรัฐบาลจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ในการกู้เงินกับนักเรียน นักศึกษา และมีปัญหาหนี้เสียหลายแสนล้านบาท
ทั้งนี้ เสนอให้รัฐบาลสามารถจ่ายเงินอุดหนุนแก่ครัวเรือนที่มีการออมเพื่อการศึกษา โดยครัวเรือนออมเงินให้บุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี ออมเท่าไหร่รัฐจะสมทบให้เท่านั้นในอัตราสูงสุดไม่เกินเดือนละ 400 บาท เมื่อสิ้นโครงการจะทำให้เด็กมีเงินออม 122,400 บาท เป็นเงินต้นจากภาคครัวเรือน 7.2 หมื่นบาท เป็นเงินสมทบของรัฐบาล 50,400 บาท
“จะมีการกำหนดเงื่อนไขการจ่ายสมทบเป็นขั้นบันได สำหรับเด็กแรกเกิด 1-3 ขวบ รัฐบาลจ่ายสมทบ 25% ของเงินออม เด็กอายุ 4-6 ขวบ รัฐบาลจ่ายสมทบ 50% เด็กอายุ 7-9 ขวบ รัฐบาลจ่ายสมทบ 75% ของเงินออมครัวเรือน อายุ 10-15 ปี จ่ายสมทบเต็ม 100% โดยเสนอให้เริ่มดำเนินนโยบายนำร่องใน กทม.ก่อน เนื่องจากอัตราการเกิดในเขต กทม.ในปี 2557 มีจำนวน 1 แสนคน โดยรัฐบาลมีภาระงบประมาณจ่ายชดเชย 5,000 ล้านบาท มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณสำหรับกู้เงินผ่านกองทุน กยศ.ได้มาก” นายกฤษฎา กล่าว
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นด้วยก็จะมีการเสนอในระดับนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลัง เพื่อความยั่งยืนในอนาคต หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา ภายหลังจากกฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้ จะสามารถปฏิรูประบบการคลังได้อีกหลายด้าน ทั้งการกำหนดชดเชยเงิน อัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารรัฐหรือหน่วยงานต่างๆ อย่างชัดเจน หลังจากได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล
สำหรับกองทุน กยศ. ปัจจุบันมีผู้กู้กว่า 4 ล้านราย วงเงินกู้กว่า 4.7 แสนล้านบาท มีผู้ครบกำหนดชำระ 3 ล้านราย แต่ยังค้างชำระ 2 ล้านราย ในจำนวนนี้ชำระหนี้ได้ปกติ 1 ล้านราย ดำเนินคดี 8 แสนราย ไกล่เกลี่ย 1 แสนราย โดยเงินที่ยังค้าง 5.5 หมื่นล้านบาท







