
บริโภค‘อาหาร-บริการ’ยังแผ่ว
ในขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นห่วงเรื่องการลงทุนภาคเอกชนไม่ขยายตัวจะฉุดเศรษฐกิจ แต่การขยายตัวของการบริโภคเอกชนที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าในไตรมาส 2 ขยายตัว 3.8% เป็นผลมาจากการใช้จ่ายซื้อยานพาหนะของครัวเรือน 13.1%
ในขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นห่วงเรื่องการลงทุนภาคเอกชนไม่ขยายตัวจะฉุดเศรษฐกิจ แต่การขยายตัวของการบริโภคเอกชนที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าในไตรมาส 2 ขยายตัว 3.8% เป็นผลมาจากการใช้จ่ายซื้อยานพาหนะของครัวเรือน 13.1%
อย่างไรก็ดี การขยายตัวของการบริโภคในภาคอื่นมีการขยายตัวน้อยมาก โดย ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคอาหารในร้านอาหารของคนไทยมีความถี่ลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา โดยสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เฉลี่ย 2 ครั้ง/สัปดาห์ จากเดิม 4 ครั้ง/สัปดาห์ ขณะที่ทานข้าวกับครอบครัวเหลือเพียง 1 ครั้ง/เดือน จากเดิมเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากคนไทยระมัดระวังการใช้จ่าย เพราะไม่เชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ
นอกจากนี้ การใช้จ่ายต่อครั้งได้ปรับตัวลดลง 5-7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มประมาณ 150 บาท/ครั้ง ค่าอาหาร 200 บาท/ครั้ง และส่วนหนึ่งได้หันไปบริโภคอาหารสตรีทฟู้ด (อาหารริมทาง) เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย สามารถเข้าถึงได้ง่ายในแต่ละถนน วัดได้จากร้านสตรีทฟู้ดมีการเปิดร้านเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ เช่น เลียบทางด่วนรามอินทรา รวมถึงมีราคาที่ถูกกว่าการเข้าร้านอาหาร โดยอาหารสตรีทฟู้ดเฉลี่ยราคา 50-80 บาท/มื้อ เท่านั้น
“ปัจจุบันร้านสตรีทฟู้ดของไทยได้รับความนิยมจากคนไทยและต่างชาติให้การยอมรับ แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาจัดระเบียบอาหารสตรีทฟู้ด ยอมรับว่าส่วนนี้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของร้านอาหารจำนวนมาก โดยร้านอาหารได้ปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการให้ต้นทุนลดลง และชูเรื่องมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยเป็นหลัก” ฐนิวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการร้านอาหารได้ปรับกลยุทธ์การจัดรายการส่งเสริมการขายในแต่ละเทศกาลเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงการปรับภาชนะใส่อาหาร การลดจำนวนสินค้าให้ลดลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับราคาค่าอาหารในช่วงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยปีนี้อาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยมีมูลค่า 6.6-7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นอาหาร 3-4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ สมาคมได้ร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ร่วมยกเครื่องธุรกิจอาหารครั้งใหญ่สู่ยุคดิจิทัล โดยดึงเทคโนโลยีการซื้อขายวัตถุดิบประกอบอาหารระหว่างร้านอาหารกับซัพพลายเออร์ในรูปแบบออนไลน์ แมตชิ่ง เพื่อผนึกกำลังการซื้อเจรจาต่อรองวัตถุดิบในราคาที่ถูกลง
ฐนิวรรณ กล่าวว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้คาดว่ามีร้านอาหารเข้าร่วมประมาณ 100 ร้าน ในช่วงเริ่มต้น ก่อนขยายเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าวัตถุดิบเฉลี่ย 15% ขณะที่ผู้บริโภคคนไทยจะได้รับการตรึงราคาค่าอาหารอย่างน้อย 1-2 ปี ล่าสุดสมาคมเตรียมจัดงานเรสเทอรองต์ โซไซตี้ วันที่ 24 ส.ค.นี้ ที่เดอะสตรีท รัชดา เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้เจรจาซื้อขายวัตถุดิบร่วมกัน
อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยกำลังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ทำให้ความเสี่ยงของหนี้เสียจากการซื้อสินค้าระบบเงินผ่อนในกลุ่มธุรกิจของเจมาร์ทลดลงในอนาคต ทั้งนี้บริษัทนำโทรศัพท์มือถือไปจำหน่ายในทางบริษัท ซิงเกอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบเงินผ่อนมาร่วม 1 ปี จากในขณะนี้หนี้เสียหรือผู้ที่ไม่ชำระเงินผ่อนอยู่ในภาวะที่บริษัทสามารถควบคุมได้
“หลังจากเริ่มจำหน่ายโทรศัพท์มือถือผ่านทางซิงเกอร์ ยอดขายโดยเฉลี่ย 50 ล้านบาท/เดือน และไตรมาส 4 ยอดขายเติบโตเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท/เดือน สะท้อนว่าฐานลูกค้าซิงเกอร์กว่า 1 แสนราย ซึ่งส่วนใหญ่มีกำลังซื้อไม่สูงมากนัก เริ่มมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และพร้อมจะซื้อสินค้ามากขึ้น โดยโทรศัพท์ที่สร้างยอดขายได้ดีอยู่ระดับกลาง-บน จากเดิมที่กลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมชะลอการซื้อสินค้า คาดว่าปีหน้า
รายได้แตะ 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของยอดขายกลุ่มโทรศัพท์ 1 หมื่นล้านบาท” อดิศักดิ์ กล่าว







