
จีนซื้อเพิ่ม หนุนราคา ถ่านหินขึ้น
ผู้ผลิตและผู้ใช้เข้าสู่จุดสมดุล อินโดนีเซียเจอฝนตกหนัก ส่วนสหรัฐ-อินเดียลดความต้องการใช้
ผู้ผลิตและผู้ใช้เข้าสู่จุดสมดุล อินโดนีเซียเจอฝนตกหนัก ส่วนสหรัฐ-อินเดียลดความต้องการใช้
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาถ่านหินเฉลี่ยโลกในครึ่งปีหลังน่าจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากเพิ่มขึ้นมาแล้ว 30% ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 67 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากประเทศจีนเริ่มมีการนำเข้าถ่านหินมากขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้า และรัฐบาลจีนสั่งลดการผลิตลง ทำให้ปริมาณหายไป 15 ล้านตัน ด้านอินโดนีเซียก็ลดการผลิตลง 15 ล้านตันจากปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มประเทศที่ผลิตถ่านหินมีการผลิตเพิ่มขึ้นเพียง 10 ล้านตัน ส่วนความต้องการของสหรัฐเมริกาและอินเดียลดลง 26 ล้านตัน
"ตอนนี้ผู้ผลิตกับความต้องการใช้ถ่านหินเริ่มมีจุดสมดุลกัน ผลจากราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น" นางสมฤดี กล่าว
สำหรับบริษัท บ้านปู ในปีนี้ได้ปรับลดเป้าหมายปริมาณขายถ่านหินลงจากเดิมที่คาดไว้ 7 แสนตัน เนื่องจากเหมืองที่อินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่มีมาก และบริษัทมีการซื้อถ่านหินจากเหมืองอื่นมาผสมเพื่อเพิ่มมูลค่า คาดรวมทั้งปีปริมาณขายถ่านหินจะอยู่ที่ 45.4 ล้านตันเท่ากับปีที่แล้ว โดยปริมาณการผลิตถ่านหินที่ลดลงเป็นถ่านหินคุณภาพต่ำ
ทั้งนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าในตลาดโลกยังคงปรับตัวขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องหลังจากดีดตัวขึ้นแรงกว่า 3% รับข่าวการหารือระหว่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียและประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ เกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน ณ เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเกือบ 1% ทะลุ 46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่หลังจากนั้นเริ่มอ่อนตัวลงเคลื่อนไหวที่บริเวณ 45 เหรียญสหรัฐ







