
ไทยรั้งที่52นวัตกรรมโลก
ไทยครองอันดับ 52 ในดัชนีนวัตกรรมโลก 2016 โดดเด่นด้านการลงทุน-การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์
ไทยครองอันดับ 52 ในดัชนีนวัตกรรมโลก 2016 โดดเด่นด้านการลงทุน-การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ดับเบิ้ลยูไอพีโอ) ร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์แนล และวิทยาลัยด้านธุรกิจอินซีด เปิดเผยดัชนีนวัตกรรมโลก 2016 โดยไทยอยู่อันดับ 52 ในดัชนีนวัตกรรมโลก 2016 จาก 128 ประเทศ และครองอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
นอกจากนี้ เมื่อแบ่งตามภูมิภาคอาเซียน เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย พบว่า สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ยังคงติดอันดับต้นๆ ในดัชนี ทั้งนี้ จุดแข็งที่สุดของภูมิภาคทั้ง 3 ดังกล่าว อยู่ที่อัตราการขยายตัวด้านการผลิต และระบบการศึกษาที่สัดส่วนครูต่อนักเรียนอยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่สัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจากบริษัทต่างชาติ และการนำเข้า-ส่งออกบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังไม่มีความโดดเด่นมากนัก
รายงานระบุว่า ไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการพัฒนาตลาดเงิน เช่น การเปิดการลงทุน การปล่อยสินเชื่อภายในประเทศให้กับภาคเอกชน ขณะที่มูลค่าของธุรกิจภายในประเทศและขนาดตลาดสินค้าอยู่ในระดับดีเช่นกัน อีกทั้งยังมีความโดดเด่นในการฝึกอบรมแรงงาน การส่งออกผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และการใช้จ่ายด้านทรัพย์สินทางปัญญา
อย่างไรก็ดี ปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองของไทย สภาพแวดล้อมในการกำกับดูแลกิจการ ค่าแรงรายสัปดาห์ยังคงเป็นจุดอ่อนของไทยอยู่
ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับ 1 ตามด้วยสวีเดน อังกฤษ สหรัฐ และฟินแลนด์ ส่วนจีนติด 25 อันดับสูงสุดของดัชนีเป็นครั้งแรก เนื่องจากความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมต่างๆ ของจีนปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น
ฟรานซิส เกอร์รี ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูไอพีโอ กล่าวว่า การลงทุนในนวัตกรรมมีความสำคัญมากต่อการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว เนื่องจากเป็นการเพิ่มโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ทั้งนี้ ดับเบิ้ลยูไอพีโอ วิตกเกี่ยวกับการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ว่าเพิ่มขึ้น 4% ในปี 2014 เทียบกับก่อนเกิดวิกฤตทางการเงินโลกปี 2009 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 7% ต่อปี โดยตัวเลขที่ลดลงมีสาเหตุมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และงบด้านการวิจัยตึงตัวของกลุ่มประเทศรายได้สูง







