
สมคิดสั่งทำงบสมดุล
สมคิด สั่งทำแผนการคลังยั่งยืน ตั้งเป้างบประมาณต้องสมดุลภายใน 7-8 ปี วางกรอบบริหารเศรษฐกิจให้รัฐบาลใหม่
สมคิด สั่งทำแผนการคลังยั่งยืน ตั้งเป้างบประมาณต้องสมดุลภายใน 7-8 ปี วางกรอบบริหารเศรษฐกิจให้รัฐบาลใหม่
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อให้เริ่มจัดทำแผนความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะให้ประเทศไทยมีงบประมาณแบบสมดุลภายในระยะ 7-8 ปี ถือว่าเป็นกรอบการบริหารเศรษฐกิจที่จะส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป
นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ยังจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณขาดดุล เพราะประเทศยังต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่รัฐบาลก็ระมัดระวังไม่ให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ด้วยการใช้รูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) การออกกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) ขาย ไม่ให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงจนเกินไป
“ตอนนี้ให้คลังไปคิดก่อนวางไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อไปเดินตามได้ อยากให้วางเฟลมเวิร์กว่าภายในกี่ปีๆ จะให้กลับมายังจุดคุ้มทุน การทำงบสมดุลจะดีระยะยาว แต่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย หากฟื้นตัวช้าการทำงบสมดุลคงช้าไปด้วย” นายสมคิด กล่าว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.กำลังพิจารณาทำงบประมาณสมดุลตามที่รองนายกฯ สั่งการ โดยจะต้องประเมินรายรับรายจ่ายของรัฐบาลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การเก็บภาษีที่ดิน จะทำให้จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ และจะสามารถทำงบประมาณสมดุลได้ในปีไหน
ก่อนหน้านี้ สศค.ได้จัดทำรายงานความเสี่ยงทางการคลัง ซึ่งประมาณการว่างบประมาณแผ่นดินมีความเสี่ยงจะขาดดุลไปจนถึงปี 2564
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การทำงบประมาณสมดุลเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย จะทำได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีอย่างก้าวกระโดด ซึ่งไม่ง่ายในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งจะฟื้นตัว หรือไม่รัฐบาลจะต้องมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งไม่ง่ายอีกเช่นกัน เพราะรัฐบาลเพิ่งปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษี ซึ่งจะต้องใช้เวลากว่ารายได้จะกลับมา แต่ถ้ารัฐบาลทำงบสมดุลได้ก็เป็นสิ่งดี







