posttoday
หุ้น 7 กลุ่ม อานิสงส์หลังประชามติ (1)

หุ้น 7 กลุ่ม อานิสงส์หลังประชามติ (1)

16 สิงหาคม 2559

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

ผมเริ่มต้นเขียนบทความชิ้นนี้ หลังจากที่ผมได้รับทราบผลประชามติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลที่ออกมามีผลดีต่อตลาดหุ้นไทยเป็นอย่างมาก ผมจึงอยากนำเรื่อง “หุ้น 7 กลุ่ม” ที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากผลประชามติในครั้งนี้มาเล่าให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจ ดังนี้ครับ

อันดับที่ 7 หุ้นกลุ่มสายการบิน

จากนี้ไปไม่ต่ำกว่า 5 ปี...ไม่มีกีฬาสีแน่ ดังนั้นแนวโน้มการท่องเที่ยวคงออกมาดีแน่ ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ หนึ่ง สังคมผู้สูงอายุระบาดไปทั่วโลก และผู้คนในกลุ่มนี้เกิดกันในยุคเบบี้บูม จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่แก่ และมีลูกหลานน้อย ประกอบกับสไตล์การเลี้ยงดูลูกหลานในยุคนี้เปลี่ยนไป คือเลี้ยงลูกหลานแบบบุฟเฟ่ต์หรือการให้หากินเอาเองมากขึ้น พ่อแม่จึงมีเงินเหลือ และอยากหาเพื่อน อยากเที่ยว

เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ จีน มหาอำนาจอันดับสองของโลก ที่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีเลย โตแค่ปีละ 6-7% ขณะที่สหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจดีโตปีละ 2-3% คุณผู้อ่านคงเห็นภาพแล้ว ขนาดจีนเศรษฐกิจไม่ดี ยังโต
อันดับต้นๆ ของโลก ผมดูจากตัวเลขการท่องเที่ยวของจีนพบว่า ในปี 2554 มีคนจีนที่มีหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต 38 ล้านคน และเติบโตปีละ 20% ด้วยการเติบโตแบบนี้ ผมเหมาเอาเองว่า ปัจจุบันมีคนจีนถือพาสปอร์ตซัก 200 ล้านคน แต่มาเมืองไทยแค่ 10 ล้านคน ถ้าในอีก 5 ปีข้างหน้าคนจีนที่มีพาสปอร์ตน่าจะสูงกว่า 500 ล้านคน ผมว่ามาไทยไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน ก็น่าจะสมเหตุสมผลนะครับ

หุ้นกลุ่มสายการบิน จึงน่าจะมีแนวโน้มที่ดี โดยหุ้นสายการบินที่น่าจะดีในเวลานี้ คงต้องเป็นสายการบินที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยม และนั่นคือ หุ้นสายการบินโลว์คอสต์ ซึ่งการหลั่งไหลเข้ามาดั่งพายุบุแคมของชาวจีน ก็จะทำให้เที่ยวบินเกือบทุกไฟลต์แน่นขนัดไปด้วยคนจีนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของธุรกิจสายการบินก็คือ วงการนี้ความซื่อสัตย์ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ต่ำมาก ลูกค้าสายการบินพร้อมที่จะย้ายที่นั่งไปนั่งสายการบินอื่นเกือบจะทันที หากสายการบินนั้นเสนอราคาที่ต่ำกว่าอย่างมีนัย ข้อเสียอีกข้อหนึ่งของธุรกิจสายการบินก็คือ ราคาน้ำมัน ที่ผ่านมาบริษัทสายการบินต่างพากันทำกำไรสูงขึ้น ซึ่งนั่นเป็นเพราะระดับราคาน้ำมันที่ต่ำลงมามาก ในขณะที่การท่องเที่ยวบูมแบบก้าวกระโดด และแนวโน้มที่ดีอย่างนี้คงจะเป็นเช่นนี้ไปอีกซักระยะหนึ่ง

อันดับที่ 6 หุ้นกลุ่มโรงแรม

อีก 5 ปีข้างหน้า นักท่องเที่ยวจีนน่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยทั้งหมด และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยก็น่าจะเติบโตมากกว่า 10% ติดต่อกันอีกหลายปี ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องคุยกันถึงหุ้นกลุ่มโรงแรม ซึ่งน่าจะได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้

โรงแรมแบบไหนจะดีล่ะ? ผมมองว่า ประเทศไทยเรามี International Elite Community หรือชุมชนคนรวยระดับสากลน้อยมาก นักท่องเที่ยวที่เป็นคนรวยคงมีไม่มากนัก ดังนั้นโรงแรมที่เหมาะกับการขยายตัวรับกับการท่องเที่ยวที่จะโตขึ้นแบบก้าวกระโดดคงจะเป็นโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) โรงแรมเหล่านี้จะโตขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีฐานะปานกลางลงมา

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มนี้ราคาไม่ค่อยหวือหวานัก แล้วอาจต้องรอนานกว่าราคาจะขยับขึ้นอย่างมีนัย สไตล์การลงทุนของนักลงทุนที่ชอบเล่นหุ้นในกลุ่มนี้ก็คือ รอให้เกิดวิกฤตก่อน เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์ยึดราชประสงค์ ใครซื้อหุ้นโรงแรมบางตัวไว้ในเวลานั้น น่าจะทำกำไรมาได้แล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 เท่าทีเดียว

อันดับที่ 5 หุ้นกลุ่มก่อสร้าง

ตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศไทยขึ้นมา รัฐบาลไม่เคยมีการลงทุนทางด้านสาธารณูปโภคและระบบการขนส่งทั้งคนและสินค้าที่สูงขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า บรรดาเจ้าใหญ่ 3-4 รายรับอานิสงส์ไปเต็มๆ ฟังแล้วน่าจะดี แต่ในความเป็นจริง บริษัทก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วจะสามารถสร้างกำไรได้ในอัตราที่ต่ำมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมโลว์เทคโนโลยี ทำให้ทุกเจ้าต้องประมูลงานแข่งกันและตั้งกำไรไว้แบบ “บางเฉียบ”

ข้อเสียมากที่สุดของหุ้นกลุ่มนี้คือ กระแสเงินสด ด้วยขั้นตอนการตรวจรับงานที่สลับซับซ้อน และกินเวลานานมาก ก็ทำให้งบกระแสเงินสดของบรรดาบริษัทก่อสร้างมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ดอกเบี้ยเริ่มบาน และมากินกำไรที่ตั้งไว้ จนบางครั้งก็ไม่เหลือกำไรเลย

ทั้งนี้ ผมยังเห็นว่า หุ้นในกลุ่มนี้จะมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้แน่ แต่ความผันผวนจะสูง ดังนั้นคุณผู้อ่านที่ชอบ “หุ้นซิ่ง” หุ้นกลุ่มนี้...คุณผู้อ่านต้องจับใส่ไว้บนจอเรดาร์ด้วยนะครับ

อันดับที่ 4 หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

อย่าลืม!! เราคุยกันไปแล้วว่า ภายใน 5 ปีนี้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยโครงการคมนาคมขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ดังนั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโด สิ่งเหล่านี้ขึ้นเป็นดอกเห็ดแน่ โดยเฉพาะบรรดาคอนโดที่เกาะตามรถไฟฟ้าต่างๆ คงจะสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลทั้งยอดขายและกำไร

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะได้เปรียบกว่าหุ้นกลุ่มก่อสร้าง เนื่องจากการคาดการณ์ประมาณการกระแสเงินสดที่เข้ามาจะมีความแน่นอนกว่าหุ้นกลุ่มก่อสร้าง ดังนั้นโอกาสที่ราคาหุ้นจะขยับตัวสูงขึ้นก็จะมีความแน่นอนมากกว่าตามไปด้วย

เท่าที่ผ่านมา เสน่ห์ของหุ้นกลุ่มนี้คือ การลงทุนด้วยเงินของตัวเองจำนวนไม่มากนัก และกู้สถาบันการเงินจำนวนมากๆ แม้ว่าอัตรากำไรจะไม่สูงนัก แต่เนื่องจากเงินของบริษัทที่เอาเข้าไปลงทุนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนทั้งหมด เพราะอาศัยว่ากู้มาก จึงทำให้เกิดอัตราทด (Gearing Ratio) และทำให้ได้กำไรในอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินที่บริษัทลงทุนไป ทุกวันนี้บริษัทอสังหาฯ ไม่นิยมกู้เงินธนาคารแล้ว แต่หันไปออกหุ้นกู้...กู้เงินจากประชาชนทั่วไปโดยตรง ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก

ถ้าเศรษฐกิจดี...หุ้นกลุ่มนี้น่าจะดี ผมเองคิดว่า...เศรษฐกิจน่าจะดี ดังนั้นหุ้นกลุ่มนี้จึงน่าจะมีแนวโน้มที่ดี สิ่งที่ต้องมานั่งคิดในเวลานี้ก็คือ เศรษฐกิจจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนานแค่ไหนต่างหาก

ในวันพรุ่งนี้...เราจะคุยกันต่อเกี่ยวกับหุ้นอีก 3 กลุ่มที่เหลือ ในตอน “หุ้น 7 กลุ่ม” อานิสงส์...หลังประชามติ ตอนจบ พรุ่งนี้...พบกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท