
ปูนบำเหน็จ5ทหารเสียชีวิตจากฮ.ตก คาดเหตุจากสภาพอากาศปิด
ปูนบำเหน็จเลื่อนยศ-ชั้นเงินเดือน 5 ทหารเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก แม่ทัพภาค3 เผยสภาพอากาศผิดอาจทำเครื่องเสียการทรงตัว ร่วงกระแทกพื้น
ปูนบำเหน็จเลื่อนยศ-ชั้นเงินเดือน 5 ทหารเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก แม่ทัพภาค3 เผยสภาพอากาศผิดอาจทำเครื่องเสียการทรงตัว ร่วงกระแทกพื้น
พลโทสมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงว่า จากเหตุการณ์เหตุเฮลิคอปเตอร์ รุ่น UH-72 (ลาโกตา) ตกในพื้นที่ดอยอินทนนท์ หลังขาดการติดต่อเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ส่งผลให้ พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ที่โดยสารไปกับเครื่อง พร้อม ร้อยเอกสุทัน อ่องเมือง นักบินที่ 1, ร้อยโทนวพัฒน์ มณีโชติ นักบินที่ 2, จ่าสิบเอก ชัยศักดิ์ดา ทาโส ช่างเครื่องที่ 1 และจ่าสิบตรีมงคลชัย รู้งาน ช่างเครื่องที่ 2 เสียชีวิตรวม 5 นาย โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลำเลียงร่างของเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย ไปยังโรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ รวมทั้งอยู่ระหว่างการหารือในการจัดพิธีศพซึ่งต้องปรึกษาญาติก่อน
ทั้งนี้เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวตกที่บริเวณเนิน 2445 ช่วงกิ่วแม่ปานถึงสถานีเรดาห์กองทัพอากาศ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังจากเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจตรวจสภาพน้ำท่วมที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 14 ส.ค.และขาดการติดต่อเมื่อเวลา 10.30 น. ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 3 ได้ประสานหลายหน่วยงานในพื้นที่ ทำการค้นหาใช้เวลานานกว่า 29 ชั่วโมง จึงพบซากเฮลิคอปเตอร์และร่างเจ้าหน้าที่
พลโทสมศักดิ์ กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวไม่ได้ชนภูเขา แต่อาจเกิดจากสภาพอากาศท้องฟ้าที่ปิด ทำให้ เฮลิคอปเตอร์ อาจเสียการทรงตัวและร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง ชิ้นส่วนกระจัดกระจายโดยไม่มีการระเบิดหรือไฟลุกไหม้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ให้กำลังทหารเฝ้าจุดเกิดเหตุไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่วิเคราะห์และสอบสวนอากาศยาน ของศูนย์นิรภัยการบินมาทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
ขณะที่การช่วยเหลือทาง ผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ดูแลอย่างดีที่สุด จะมีการเสนอปูนบำเหน็จแก่ทหารทั้ง 5 นายโดย พลตรีนพพร จะได้รับพระราชทานชั้นยศกรณีพิเศษ เป็น พลเอก, ร้อยเอกสุทัน ได้รับพระราชทานชั้นยศ เป็น พลโท, ร้อยโทนวพัฒน์ ได้รับพระราชทานชั้นยศเป็น พลตรี, จ่าสิบเอก ชัยศักดิ์ดา ได้รับพระราชทานชั้นยศเป็น พันโท และ จ่าสิบตรี มงคลชัย ได้รับพระราชทานชั้นยศเป็นร้อยเอก รวมทั้งได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนชั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 7 ชั้น ตั้งแต่ 2- 6 ล้าน และทางกองทัพภาคที่ 3 จะดูแลอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี
แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึง พลตรีนพพร ว่าในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง พลตรีนพพร เป็นผู้ที่มีความเสียสละ ในการทำงานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของข้าราชการทหารที่ได้รับมอบหมายโดยตรง หรือหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้ตกทุกข์ได้ยาก พลตรีนพพร จะลงไปดูแลให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ มอบของอุปโภค-บริโภค ร่วมถึงการสร้างบ้านพักให้กับผู้ที่ยากไร้ ซึ่งในฐานะผู้บังคับบัญชา และในนามของกองทัพบกรู้สึกเสียใจที่ชาติได้สูญเสียบุคคลดีๆ เช่นนี้







