posttoday
Strategic CFO กับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อการเติบโตในยุคประเทศไทย 4.0 (2)

Strategic CFO กับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อการเติบโตในยุคประเทศไทย 4.0 (2)

15 สิงหาคม 2559

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน

ในบทความที่แล้ว เราพูดถึง Strategic CFO กับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อการเติบโตในยุคประเทศไทย 4.0 ในตอนแรก มีการกล่าวถึง Gary Simon ผู้ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Hewlett-Packard (HP) ได้กล่าวถึงบทบาทของ CFO ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับยุคประเทศ 4.0 ได้เป็นอย่างดี ประเด็นแรก CFO จะมีส่วนสำคัญในการช่วยกำหนดกลยุทธ์การเติบโต (Growth strategy) ประเด็นที่สอง CFO มีบทบาทที่สำคัญในการช่วยตรวจสอบความคุ้มค่าของโครงการและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ประเด็นต่อมา CFO ต้องมีบทบาทในการสนับสนุนการเติบโตขององค์การในยุคประเทศไทย 4.0 ที่มีจุดสำคัญที่การอาศัยหลักการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ซึ่งก็ไม่จำกัดเฉพาะในเรื่องนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพในด้านการดำเนินงานเท่านั้น ในความเห็นของผม น่าจะรวมถึงการใช้นวัตกรรมทางการเงินและเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การทั้งในภาครัฐและเอกชนอีกนัยหนึ่งอีกด้วย

นวัตกรรมทางการเงินหลากหลายรูปแบบสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองการเติบโตให้กับองค์การได้ เช่น การทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือ “Securitization” เป็นวิวัฒนาการทางการเงินอย่างหนึ่งที่ช่วยให้องค์การทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ ไปหนุนหลังการออกหลักทรัพย์ (Asset Backed Securities : ABS) ซึ่งผู้ลงทุนสามารถนำไปขายต่อได้โดยมีสภาพคล่องสูงขึ้น ตัวอย่างการทำ Securitization ในประเทศไทยที่คุ้นเคยกันดี ก็คงจะเป็นบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ในการเสนอขายหุ้นกู้ตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นต้น

อีกตัวอย่างหนึ่งของเครื่องมือการเงินสมัยใหม่ในการสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็คือ การออกทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่จะช่วยให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นและฐานะการเงินมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ตัวอย่างการออกทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท อาร์ เอ็ม ไอ ที่ได้จัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท (IMPACT GROWTH REIT หรือ IMPACT) โดย IMPACT เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินประเภทศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์การประชุม ที่ตั้งอยู่ในโครงการอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นต้น

และอีกตัวอย่างของการระดมทุนในภาครัฐเพื่อการพัฒนาประเทศให้โตให้ทันสังคมโลก ก็คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่วไปทั้งรายย่อยและสถาบัน เพื่อลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ที่ออกมาเสนอขายอยู่เรื่อยๆ ในช่วงนี้ ก็นับว่าเป็นของใหม่ของหลายคน และเข้าถึงผู้ลงทุนทุกกลุ่มได้ในเวลารวดเร็ว ตัวอย่างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGATIF ของ กฟผ. ซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของไทยที่ออกโดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นการขาย “สิทธิ” รายได้ค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือในชุด
ที่ 1 โดยจะมีระยะเวลา 20 ปี เป็นต้น เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่เหล่านี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมทุนเพื่อรองรับการเติบโตขององค์การ โดยอาศัยทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ในองค์การมาทำประโยชน์ ไม่เป็นภาระในการก่อหนี้ให้กับองค์การมากเกินไปนั่นเอง

จากประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญของ CFO ที่จะช่วยสนับสนุนองค์การให้ไขว่คว้าโอกาสครั้งใหม่ในยุคประเทศไทย 4.0 นี้ นับเป็นการร่วมกับ CEO ในการดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การดังนั้นจึงขอขนานนาม CFO ในยุคนี้ว่าเป็น “Strategic CFO"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท