
Strategic CFO กับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อการเติบโตในยุคประเทศไทย 4.0 (2)
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน
ในบทความที่แล้ว เราพูดถึง Strategic CFO กับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อการเติบโตในยุคประเทศไทย 4.0 ในตอนแรก มีการกล่าวถึง Gary Simon ผู้ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Hewlett-Packard (HP) ได้กล่าวถึงบทบาทของ CFO ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับยุคประเทศ 4.0 ได้เป็นอย่างดี ประเด็นแรก CFO จะมีส่วนสำคัญในการช่วยกำหนดกลยุทธ์การเติบโต (Growth strategy) ประเด็นที่สอง CFO มีบทบาทที่สำคัญในการช่วยตรวจสอบความคุ้มค่าของโครงการและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ประเด็นต่อมา CFO ต้องมีบทบาทในการสนับสนุนการเติบโตขององค์การในยุคประเทศไทย 4.0 ที่มีจุดสำคัญที่การอาศัยหลักการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ซึ่งก็ไม่จำกัดเฉพาะในเรื่องนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพในด้านการดำเนินงานเท่านั้น ในความเห็นของผม น่าจะรวมถึงการใช้นวัตกรรมทางการเงินและเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การทั้งในภาครัฐและเอกชนอีกนัยหนึ่งอีกด้วย
นวัตกรรมทางการเงินหลากหลายรูปแบบสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองการเติบโตให้กับองค์การได้ เช่น การทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือ “Securitization” เป็นวิวัฒนาการทางการเงินอย่างหนึ่งที่ช่วยให้องค์การทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ ไปหนุนหลังการออกหลักทรัพย์ (Asset Backed Securities : ABS) ซึ่งผู้ลงทุนสามารถนำไปขายต่อได้โดยมีสภาพคล่องสูงขึ้น ตัวอย่างการทำ Securitization ในประเทศไทยที่คุ้นเคยกันดี ก็คงจะเป็นบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ในการเสนอขายหุ้นกู้ตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นต้น
อีกตัวอย่างหนึ่งของเครื่องมือการเงินสมัยใหม่ในการสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็คือ การออกทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่จะช่วยให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นและฐานะการเงินมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ตัวอย่างการออกทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท อาร์ เอ็ม ไอ ที่ได้จัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท (IMPACT GROWTH REIT หรือ IMPACT) โดย IMPACT เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินประเภทศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์การประชุม ที่ตั้งอยู่ในโครงการอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นต้น
และอีกตัวอย่างของการระดมทุนในภาครัฐเพื่อการพัฒนาประเทศให้โตให้ทันสังคมโลก ก็คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่วไปทั้งรายย่อยและสถาบัน เพื่อลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ที่ออกมาเสนอขายอยู่เรื่อยๆ ในช่วงนี้ ก็นับว่าเป็นของใหม่ของหลายคน และเข้าถึงผู้ลงทุนทุกกลุ่มได้ในเวลารวดเร็ว ตัวอย่างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGATIF ของ กฟผ. ซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของไทยที่ออกโดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นการขาย “สิทธิ” รายได้ค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือในชุด
ที่ 1 โดยจะมีระยะเวลา 20 ปี เป็นต้น เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่เหล่านี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมทุนเพื่อรองรับการเติบโตขององค์การ โดยอาศัยทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ในองค์การมาทำประโยชน์ ไม่เป็นภาระในการก่อหนี้ให้กับองค์การมากเกินไปนั่นเอง
จากประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญของ CFO ที่จะช่วยสนับสนุนองค์การให้ไขว่คว้าโอกาสครั้งใหม่ในยุคประเทศไทย 4.0 นี้ นับเป็นการร่วมกับ CEO ในการดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การดังนั้นจึงขอขนานนาม CFO ในยุคนี้ว่าเป็น “Strategic CFO"







