posttoday
แผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 กับแนวทางสู่การปฏิบัติจริง

แผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 กับแนวทางสู่การปฏิบัติจริง

18 สิงหาคม 2553

....วุฒิสาร ตันไชย

จากหน้าประวัติศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 จนมาถึงปัจจุบัน พบว่าผลแห่งการพัฒนาทั้งก่อให้เกิดความเจริญและก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆ มากมาย และหลายครั้งมักจะได้ยินคำพูดว่า “แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ดี แต่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง” ซึ่งคำกล่าวเช่นนี้ชวนให้ผู้เขียนต้องย้อนกลับมามองว่า สำหรับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการสร้าง “สังคมอยู่เย็นเป็นสุข” ของประเทศไทย “เรา” ควรจะมีการปรับระบบการนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างไร ซึ่งในที่นี้ได้เสนอทิศทางการนำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ไปสู่การปฏิบัติไว้ 3 ประการ ดังจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป

ประการที่หนึ่ง : ต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนระดับต่างๆ ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 เป็นแผนมหภาคระดับประเทศ ดังนั้นในการขับเคลื่อนนอกจากจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ลำพังแล้ว ต้องเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในการผลักดัน ทั้งส่วนราชการสังกัดบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งการผนึกกำลังในลักษณะเช่นนี้ต้องเริ่มจากการสร้างความชัดเจนว่ายุทธศาสตร์ใด เรื่องใด หรือภารกิจใดเป็นเรื่องระดับนโยบาย และประเทศต้องดำเนินการและเรื่องใดเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบและดำเนินการ

ทั้งนี้ จากระดับแผนพัฒนาฯ มาสู่ความเชื่อมโยงกับแผนระดับกระทรวง/กรม จะเป็นแผนยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ที่สำคัญที่จะทำให้เกิดความชัดเจนว่า ในแต่ละภูมิภาคควรให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์กับเรื่องใดซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาฯ นอกจากนี้แผนยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่นี้เองยังเป็นแผนที่จะเชื่อมต่อระหว่างแผนระดับประเทศกับแผนจังหวัด/กลุ่มจังหวัด สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างแผนพัฒนาฯ กับแผนของภาคเอกชนนั้น จะเห็นว่าในบางประเด็นภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานระดับพื้นที่/จังหวัด อาทิ กรณีของการกำหนดนโยบายด้านพลังงานซึ่งต้องอาศัยการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน เป็นต้น

สำหรับการแปลงเนื้อหาสาระของแผนพัฒนาฯ มาสู่แผนระดับพื้นที่นั้น นอกจากต้องกำหนดทิศทางที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน สอดคล้อง แสดงความสัมพันธ์แต่ละระดับ ต้องมีการกำหนดเป้าหมายซึ่งเป็นความสำเร็จระดับพื้นที่และกรอบเวลาในแต่ละยุทธศาสตร์แล้ว ยังจะต้องสร้างความเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวกันระหว่างแผนระดับชาติ (แผนพัฒนาฯ) แผนส่วนราชการ แผนจังหวัด แผนท้องถิ่น แผนชุมชน และแผนของภาคเอกชนเอกชน โดยต้องสอดคล้องกับลักษณะของภูมิสังคม ปัญหาความต้องการ และทิศทางในอนาคตของพื้นที่

ประการที่สอง : การปรับบทบาทและออกแบบองค์กร เพื่อรองรับการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ โดยปรับบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมภาคฯ ให้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้แก่สำนักงานจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อทำหน้าที่ในการติดตาม เชื่อมประสานในระดับพื้นที่ รวมทั้งต้องทำหน้าที่ในการคัดสรรประเด็นการพัฒนาแต่ละยุทธศาสตร์ให้เหมาะกับพื้นที่ สร้างและพัฒนาชุดข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่/ภูมิสังคม การออกแบบกลไกคณะทำงานเพื่อประสานการทำงานทั้งแนวราบและแนวดิ่ง และต้องทำหน้าที่ในการฝึกอบรม (Retrain) การให้เครื่องมือในการทำงาน (Re tool) ให้แก่สำนักงานจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งต้องทำหน้าที่ในการสร้างความเชื่อมโยงทางการงบประมาณเพื่อให้เกิดการบูรณาการการพัฒนาอย่างสอดคล้องกัน

ประการที่สาม : การวางระบบติดตามและประเมินผล ในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและความสำเร็จของแผนพัฒนาฯ และดังกล่าวแล้วข้างต้นว่าในการนำแผนพัฒนาฯ ไปสู่การปฏิบัตินั้นต้องมีการสร้างความเกี่ยวโยงกันระหว่างแผนในแต่ละระดับ ดังนั้นตัวชี้วัดความสำเร็จที่จะพัฒนาขึ้นจะต้องสะท้อนถึงการวัดความสำเร็จในแต่ละระดับอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการสร้างเป้าหมายร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ภาคส่วนต่างๆ

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 กำหนดยุทธศาสตร์หลักเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์การเป็นสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง ด้วย 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์การสร้างสังคมให้เกิดความเป็นธรรม ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุลและมั่นคงของอาหารและพลังงาน ยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้และการสร้างปัจจัยแวดล้อม ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และผู้มีบทบาทสำคัญเพื่อให้วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศบรรลุผลที่วางไว้ย่อมเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทุกระดับทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน และประชาชน ในการผนึกกำลังเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไปสู่การเป็น “สังคมอยู่เย็นเป็นสุข”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท