
ยุทธศาสตร์เสือโคร่ง
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานเปิดงานวันเสือโคร่งโลก
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานเปิดงานวันเสือโคร่งโลก Global Tiger Day 2016 แม้จะเป็นทหาร แต่ก็ดูจะเข้าใจธรรมชาติและข้อจำกัดของเสือโคร่ง รู้ว่าการจะเพิ่มจำนวนเสือได้ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา
ฯพณฯ ก็ฝากไว้ว่า ในเมื่อป่าห้วยขาแข้งตอนนี้ประเมินว่ามีเสือโคร่งอาศัยอยู่ 70 ตัว ทั้งที่พื้นที่รองรับได้ถึง 150 ตัว ก็ให้วางแผนส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไปเลย ให้วางยุทธศาสตร์ไป 20 ปี ในการเพิ่มจำนวนเสือโคร่งเป็น 150 ตัว แม้ถึงวันนั้น หากจะทำไม่ได้ตามเป้า อย่างน้อยก็อย่าให้เสือเหลือน้อยกว่า 70 ตัว
การอนุรักษ์เสือโคร่ง เป็นงานที่ยากและไม่อาจเหลาะแหละ เนื่องจากเสือโคร่งเป็นสัตว์มีค่าหัวในตลาดมืดค้าสัตว์ป่า ทั้งระดับประเทศและระดับโลก อุทยานฯ เขาใหญ่ และกุยบุรี เป็นตัวอย่างอันดีถึงความล้มเหลวที่ผ่านมา แค่ย่ามใจไม่กี่ปี เสือที่เคยมีก็อันตรธานหายไปหมด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มีสิ่งเดียวที่ทำให้เสือในป่าเป็นแบบนี้ได้ ก็คือการล่า
ความสำเร็จอันงดงามของการอนุรักษ์เสือโคร่งในป่าตะวันตก ผมคิดว่ามาจากหลายองค์ประกอบที่เสริมแรงกัน สำคัญสุดคือระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่นำมาใช้โดยพร้อมเพรียง ใน “สามขาอันแข็งแกร่ง” ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ผู้พิทักษ์ป่าใน 3 พื้นที่ดังกล่าว ต้องนอนเปล (ลาดตระเวนป่า) 15 วัน นอนพื้นกระดานเรือน (พักกลับหน่วย หรือบ้าน 15 วัน) ในแต่ละเดือน
ตัวช่วยคือการวิจัยเสือโคร่งโดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางห้วยขาแข้ง การที่มนุษย์จะเข้าไปทำความรู้จักรูปพรรณสัณฐานเสือเป็นรายตัว ตลอดจนอาณาเขตและความเคลื่อนไหว ก็จำเป็นต้องลงทุนลงแรงมากมายแบบ “กัดไม่ปล่อย” จนกระทั่งเสือผู้ลึกลับ กลายเป็นเสือมีเจ้าของโดยปริยาย ยากที่พรานจะฝ่าด่านเจ้าของไปถึงตัวเสือ
หากเสือโคร่งและสัตว์เหยื่อ ปลอดภัยจากพราน ไม่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ไม่มีการสร้างเขื่อน (พ่อของการตัดไม้ทำลายป่า) ประชากรเสือโคร่งมีแต่จะเพิ่ม
แต่วิธีบริหารจัดการกับปัญหาพวกนี้ เป็นงานหนักและไม่รู้จบ ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ และทุ่มเทอุทิศชีวิต มารับผิดชอบแบบต่อเนื่อง เป็นตัวตายตัวแทน กรมอุทยานฯ คงไม่สิ้นคนดี







