posttoday
ภาพชีวิตจากแดนดิบ

ภาพชีวิตจากแดนดิบ

14 สิงหาคม 2559

แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยังมีคนฆ่าตัวตายเพราะพ่ายแพ้สงครามชีวิต พวกเขาไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอีก

... แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยังมีคนฆ่าตัวตายเพราะพ่ายแพ้สงครามชีวิต

พวกเขาไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอีก

ครั้นไม่มีเงินเหลือ ก็ขายทีวี ไม่ก็เสื้อผ้า หรือตู้ตั่ง หรือของใช้อื่นๆ ในบ้าน

หลังจากขายมันหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว คุณไม่เหลืออะไรให้แลกอาหารมายาไส้อีก

คนที่อับจนมีหนทางเลือกเดียว คือ ฆ่าตัวตาย

มีอยู่ครอบครัวหนึ่งหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ตัดสินใจทำเรื่องหนึ่งที่อยากจะทำมานานเป็นครั้งสุดท้าย

คนบ้านนี้พากันไปที่ตลาดมืด หาซื้อข้าวปลาอาหารมาแบบเต็มพิกัด แล้วค้างค่าอาหารเอาไว้

จากนั้นก็กินอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญ

พอถึงจานสุดท้ายจึงจัดการผสมยาเบื่อหนูลงไป เพื่อฆ่าตัวตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปซะที

แต่ปรากฏว่าพวกเขาไม่ตาย

นั่นเพราะยาเบื่อหนูที่ซื้อมาดันเป็นของปลอม

แม้คิดจะตายก็ยังตายไม่ได้!

สุดท้ายวันรุ่งขึ้น กลับมีบ่วงหนี้เพิ่มขึ้นขึ้นมาอีก ...

นี่ไม่ใช่บทกวีไร้ฉันทลักษณ์ แต่เป็นคำให้สัมภาษณ์จากชีวิตของชาวเกาหลีเหนือเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ชื่อบทความ Living in Pyongyang-The Real Story ของสำนักข่าว Rimjin-Gang น่าจะประสบการณ์ของชาวเปียงยางช่วงวิกฤตทุพภิกขภัย ระหว่างกลางทศวรรษที่ 90-ต้นทศวรรษที่ 2000 ชาวเกาหลีเหนือนอกเมืองหลวงตายกันเป็นเบือ แม้แต่ชาวเมืองหลวงซึ่งเป็นอภิสิทธิ์ชนและมีอาหารเลี้ยงพอสมควรยังทนกันไม่ไหว จนคนตายเป็นล้านอย่างไม่น่าจะตาย เพราะถูกห้ามปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ไว้กินเอง ห้ามค้าขายเพราะขัดกับหลักสังคมนิยม มีแต่ตลาดมืดเท่านั้นที่เป็นความหวัง แต่หลายครั้งที่มันเป็นความหวังจอมปลอมเหมือนผู้นำประเทศนั่นแหละ

ในเวลาต่อมาผู้นำเกาหลีเหนือผ่อนปรนให้มีการค้าขายและนำผลผลิตที่ปลูกเองไปขายได้ ยกระดับตลาดมืดให้เป็นตลาดแจ้ง ช่วยยืดลมหายใจให้ประชาชนได้อีกนิดหน่อย

แต่ผู้ลี้ภัยจากฝ่ายเหนือบางคนบอกว่า หากผู้นำตระกูลคิมยังดึงดันให้ประชาชนศรัทธาในระบอบสังคมนิยมและชิงชังระบอบตลาดต่อไป คนที่จะหมดลมหายใจคนแรกคือพวกผู้นำนั่นเอง เพราะประชาชนจะไม่ทนอีกต่อไป

บทสัมภาษณ์ของชาวเกาหลีเหนือที่รอดตายจากช่วงวิกฤตชิ้นนี้ ผมเก็บไว้อ่านเมื่อหลายปีก่อน แต่เพิ่งเจอโดยบังเอิญอีกครั้งเมื่อไม่นานวัน ประจวบเหมาะกับกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนืออยู่พอดี อ่านข้อความข้างบนอีกครั้งก็ยังรู้สึกว่าเป็นฉากชีวิตที่เข้มข้นทรงพลังและยังหักมุมแบบตลกร้าย แต่กลับขำไม่ออก

คนภายนอกมักไม้มีโอกาสเห็นภาพชีวิตในเกาหลีเหนือเพราะรัฐปกปิดทุกแง่มุม ถ้อยคำจากประสบการณ์ผู้รอดตายจึงเป็นภาพที่เด่นชัดที่สุดเท่าที่เรามี

โอลิมปิกที่ริโอ เดอจาเนโร มีภาพเด่นๆ หลายภาพ แต่ภาพที่สร้างความประทับใจที่สุดภาพหนึ่ง คือการพบกันของนักกีฬายิมนาสติกเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ร่วมถ่ายเซลฟีพูดคุยกันกะหนุงกะหนิง หลายคนบอกว่าแสดงสปิริตของโอลิมปิกที่ไร้พรมแดนการเมือง แต่บางคนอดห่วงนักกีฬาเกาหลีเหนือไม่ได้ กลัวว่าภาพนี้จะเป็นหลักฐานมัดตัวเวลากลับบ้านไปอาจถูกส่งตัวไปเข้าค่ายกักกัน โทษฐานติดต่อแล้วยังแสดงท่าทีสนิทสนมกับฝ่ายใต้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ผมไม่เคยไปเกาหลีเหนือ เคยไปแต่ร้านอาหารเกาหลีเหนือ ซึ่งห้ามถ่ายรูป ห้ามเซลฟี่ ห้ามสารพัดห้าม แต่ครั้นมีโอกาสได้ถ่ายภาพคู่กับคนในร้าน ก็ไม่กล้ามาอวดใคร กลัวคนในรูปถูกลงโทษฐานตีสนิทกับคนต่างชาติ

ผมจะทำให้เขาซวยโดยไม่จำเป็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท