
ลากกระเป๋า เข้าอสังหาริมทรัพย์
นอกจากการจะเป็นนักธุรกิจและนักการตลาดที่สร้างแบรนด์กระเป๋าฮัสกี้ส์ จนติดตลาดทั้งในและต่างประเทศแล้ว
นอกจากการจะเป็นนักธุรกิจและนักการตลาดที่สร้างแบรนด์กระเป๋าฮัสกี้ส์ จนติดตลาดทั้งในและต่างประเทศแล้ว ปัจจุบัน พงษ์ อิงคสิทธิ์ ยังมองเส้นทางธุรกิจใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วย ในฐานะผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ The Melanie Bangkok ที่ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ ใกล้ใจกลางย่านธุรกิจสาทร-สีลม ด้วยมูลค่าโครงการร่วม 500 ล้านบาท ที่เตรียมเปิดตัวในเร็วๆ นี้
สำหรับการเข้ามาในธุรกิจอสังหาฯ ครั้งนี้ เขาแชร์ไอเดียในการทำธุรกิจได้อย่างน่าสนใจถึง “โอกาสธุรกิจอยู่รอบตัวเราและในวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ซึ่งการเป็นนักธุรกิจนั้นเมื่อเราเห็นโอกาส ก็อดไม่ได้ที่จะลงมือทำ”
พงษ์ เสริมว่า การก้าวเข้ามาเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจอสังหาฯ นั้น อย่างแรก คือ ตัวเองจะต้องมีความรู้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญก่อนเริ่มต้นทำ ด้วยเชื่อว่าการทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่จะต้องรู้จริงในธุรกิจนั้น โดยเขาใช้ประสบการณ์จากการทำกิจการผลิตกระเป๋าฮัสกี้ส์มาเป็นวีซ่าเดินทางเข้าสู่ธุรกิจใหม่ และเป็นหลักการเดียวกับการเข้ามาบุกธุรกิจพัฒนาที่ดินโครงการแรกของเขา
“อย่างเรื่องกระเป๋า ผมรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับกระเป๋ามานานกว่า 20 ปี ผมรู้เรื่องรายละเอียด กระบวนการผลิต และแนวทางการตลาดเกี่ยวกับกระเป๋าต่างๆ มากกว่า 95% ผมสามารถขายไอเดีย สินค้า และแนวทางการตลาดไปพร้อมๆ กัน โดยเราเน้นใช้การสร้างแบรนด์ ด้วยคุณภาพ คุณประโยชน์ ประกอบกับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเข้าหาลูกค้า” พงษ์ อธิบาย
พร้อมกับให้ความสำคัญด้าน “การหาความรู้” ซึ่งแหล่งเรียนรู้ชั้นดีอยู่ในหลักสูตรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (RE-CU) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นเยี่ยม ขณะเดียวกันก็ยังทำให้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับมืออาชีพชั้นนำในวงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย ทั้งที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ สถาปนิก นักการตลาด ดีไซเนอร์ ไปจนถึงผู้รับเหมา
โดยในช่วงที่ผ่านมา เขายอมรับว่ามีคำถามตัวโตๆ จากเพื่อนนักธุรกิจด้วยกันที่ทักท้วงด้วยความห่วงใยว่าการลงทุนด้วยมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท กับโครงการคอนโดมิเนียมในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจัยนี้น่าจะเสี่ยงสูงมาก
แต่ในมุมของเขากลับมองว่า นี่คือโอกาสธุรกิจมากกว่า ด้วยเรื่องอสังหาฯ ไม่เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ อสังหาฯ คือ โลเกชั่นอย่างเดียวทั้งนั้น ซึ่งทำให้มั่นใจโครงการจะสำเร็จได้ตามเป้าหมาย หลังจากโครงการผ่านอีไอเอ พร้อมเริ่มก่อสร้างทันทีในช่วงต้นปี 2560
สำหรับโครงการดังกล่าว เขาเองได้ลงพื้นที่สำรวจอย่างละเอียดในทำเลที่จะขึ้นโครงการ ซึ่งสิ่งที่พบคือ ศักยภาพทำเลมีความน่าสนใจยิ่ง เพราะถนนจันทน์แม้ไม่ใช่สุดยอดทำเลทองใจกลางธุรกิจ แต่ก็เป็นย่านพักอาศัยที่ใกล้แหล่งธุรกิจชั้นนำย่านถนนสาทร-สีลมมากที่สุด ผู้อยู่อาศัยบนถนนจันทน์ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการหลากหลายประเภท รวมทั้งเป็นเจ้าของที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างเพื่อการค้า โดยนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนเหล่านี้ต่างส่งผ่านกิจการครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นมายังลูกหลานซึ่งเป็นคนยุคใหม่ แต่ยังอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่เพื่อดูแลกิจการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ The Melanie Bangkok
เมื่อได้ทำเลและการศึกษาตลาดเพื่อหากลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ถัดมา คือ สร้างคอนเซ็ปต์สินค้าในลักษณะเดียวกับการสร้างแบรนด์ฮัสกี้ส์ คือ การทำสินค้าที่ดีมีคุณภาพและความแตกต่าง ตรงกับความต้องการของลูกค้า ที่ยังหยิบเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงสุดในการอยู่อาศัยใกล้ใจกลางย่านธุรกิจด้วย และสอดคล้องกับมูลค่าการลงทุน
โดยโครงการดังกล่าวมีพื้นที่ขนาด 1.36 ไร่ วางแนวคิดการพัฒนาโครงการที่มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก คือ กลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนที่ทำธุรกิจการค้าในย่านถนนจันทน์-สาทร-สีลม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยในชุมชนดั้งเดิมและต้องการที่อยู่อาศัยในย่านเดียวกัน ที่ปัจจุบันย่านชุมชนนี้มีการขยายตัวทางธุรกิจใหม่ๆ ของผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่มากขึ้น หรือที่เรียกว่า มินิ ไชน่าทาวน์ โดยยูนิตพื้นที่เล็กที่สุดของโครงการเริ่มที่ 35 ตารางเมตร แต่ออกแบบให้มีเบย์ วินโดวส์ เพิ่มความโปร่ง ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท
พงษ์ ทิ้งท้ายผ่านมุมมองตลอดการทำงานที่ผ่านมาของเขา ว่า สภาพเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการที่จะเริ่มธุรกิจแต่อย่างใด
“ผมมองว่าอยู่ที่ความพร้อมของตัวเองมากกว่า คุณรู้ในสิ่งที่คุณจะทำมากพอหรือยัง คุณเห็นโอกาสที่จะทำให้มันเติบโตหรือไม่ คุณมีเงินพอจะรับความเสี่ยงที่น่าจะเกิดขึ้นในระดับใด และคุณเห็นคนที่จะเป็นลูกค้าของคุณชัดเจนหรือยัง ถ้ามีพร้อมที่พูดมา คุณทำธุรกิจได้”







