
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
เริ่มต้นสัปดาห์วันที่ 15 ส.ค. มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เริ่มต้นสัปดาห์วันที่ 15 ส.ค. มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมแถลงแนวทางฟื้นความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว รวมถึงจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางหลังเกิดเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ทางภาคใต้และหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่อาคาร ททท. ขณะที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมหารือทูต 5 ประเทศที่ออกแถลงเตือนการเดินทางมาไทยก่อนวันลงประชามติ
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ปี 2559 (เม.ย.-มิ.ย.) ซึ่งบางส่วนได้มีการประเมินไว้ว่าข้อมูลที่กำลังจะประกาศจะออกมาดีกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 3.2% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สุดที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส หรือ 3 ปี โดยในช่วงปลายเดือน ก.ค.
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมหารือยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 กับบทบาทของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นอกจากนี้ ต้องติดตามสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงผลการพิจารณาทบทวนจุดปล่อยโปเกมอน ตามที่ กสทช.เสนอให้บริษัท ไนแอนติก พิจารณาด้วย
ขณะที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องนำคำถามพ่วงที่ว่าด้วยการให้ สส.และ สว.ร่วมกันเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้คาดว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะกำหนดวันที่จะให้ตัวแทนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงต่อ กรธ.ต่อไป
รวมทั้ง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง จะเป็นประธานพิธีเปิด โครงการส่งเสริมการออมอย่างยั่งยืนกับเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน (สถาบันการเงินชุมชน) ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
วันที่ 17 ส.ค. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะมีการประชุมเพื่อจารณากำหนดอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที) รอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2559 ซึ่งทิศทางค่าเอฟทีรอบนี้ในภาพรวมจะไม่ปรับขึ้นแม้ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติจะปรับขึ้นเล็กน้อยตามราคาน้ำมัน รวมทั้งยังมีต้นทุนจากการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นที่จะมีผลต่อค่าเอฟทีงวดสุดท้ายของปีด้วย







