
บึ้ม-เผา7จังหวัดใต้ ทุบท่องเที่ยวฉุดเศรษฐกิจ
กลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดและเกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ 7 จังหวัดเศรษฐกิจทางภาคใต้ เมื่อวันที่ 10-12 ส.ค. 2559
กลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดและเกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ 7 จังหวัดเศรษฐกิจทางภาคใต้ เมื่อวันที่ 10-12 ส.ค. 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 35 คน ย่อมส่งผลกระทบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งหลังเกิดเหตุหลายประเทศต่างออกคำเตือนถึงพลเมืองของตัวเองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทยทันที
ทั้งนี้ บรรยากาศท่องเที่ยวที่ อ.หัวหิน วันที่ 12 ส.ค. ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติต่างทยอยคืนห้องพัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จองไว้ในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งเป็นเทศกาลวันแม่เกือบเต็ม 100% แต่ได้ยกเลิก เพราะไม่มั่นใจในด้านความปลอดภัย
อุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคตะวันตก กล่าวว่า นักท่องเที่ยวคนไทยที่เตรียมเดินทางพักผ่อนในช่วงเทศกาลวันแม่ ระหว่างวันที่ 12-14 ส.ค.นี้ ต่างทยอยยกเลิกห้องพักกว่า 50% เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ขอให้ฝ่ายความมั่นคงเร่งคลี่คลายสาเหตุการเกิดระเบิดอย่างรวดเร็ว รวมถึงชี้แจงให้คนไทยและต่างชาติเข้าใจในทิศทางเดียวกัน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยว เพราะภาพลักษณ์หัวหินนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรป
"ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์กลับมาก่อนที่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) จะมาถึง เพราะเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวยุโรปทยอยการจองล่วงหน้าเข้ามา หากไม่มีความชัดเจนเชื่อว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปลายปีอย่างแน่นอน" อุดม ระบุ
ในขณะที่ ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวระยะสั้นที่อยู่ในช่วงวันหยุดยาว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และถ้าภายใน 1-2 วันนี้ ไม่มีเหตุระเบิดซ้ำ เชื่อว่าบรรยากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตือนสื่อมวลชนอย่าไปขยายความให้มากนัก เหตุที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความวุ่นวาย และยังไม่ขอพูดว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ขอให้คิดเอาแล้วกันว่ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นในช่วงนี้ ตั้งแต่ก่อนทำประชามติ จนหลังทำประชามติ ทำไมเกิดในช่วงที่บ้านเมืองกำลังดีขึ้น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กำลังดีขึ้น ใครที่ไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้แสดงความมั่นใจว่าจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ และคาดว่าเหตุที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องภายในประเทศ และให้ตัดทิ้งเรื่องที่จะลามมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
"ตัดทิ้งไปได้เลย ผมยืนยันว่าไม่ใช่ ให้น้ำหนักไปในเรื่องอื่นมากกว่า ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นเรื่องทางการเมือง คือคนเหล่านี้ต้องการไม่ให้เกิดความสงบขึ้นในประเทศไทย" พล.อ.ประวิตร กล่าว
สำหรับความคืบหน้าในทางคดีนั้น ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่ก่อการร้าย เป็นวินาศกรรมในประเทศ แนวทางการสืบสวนไม่เกี่ยวโยงการก่อการร้าย ลักษณะการก่อเหตุแบบนี้เชื่อว่าต่างชาติแทบไม่เกี่ยวข้องเลย
อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.ยังบอกด้วยว่า เหตุทั้งหมดเกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. ซึ่งเป็นวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 ส.ค. โดยในช่วงแรกเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ และจากประสบการณ์งานสืบสวนมองว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุล้วนเป็นจังหวัดที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีผู้เห็นต่างจึงก่อเหตุเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล
ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการก่อวินาศกรรมเฉพาะจุด เหตุดังกล่าวเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ และเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวน และขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ในเวลาต่อมาทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ แถลงปฏิเสธว่ายังไม่มีการควบคุมผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแต่อย่างใด







