
ศาลสั่งดำเนินคดีแล้ว 163 คดีแดงป่วนอีสาน
ตร.ภ.4 สรุปสำนวนคดีผู้ชุมนุมป่วนเมืองในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานตอนบน หลังศาลมีคำสั่งดำเนินคดีแล้ว 163คดี จากทั้งหมด 206 คดี
ตร.ภ.4 สรุปสำนวนคดีผู้ชุมนุมป่วนเมืองในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานตอนบน หลังศาลมีคำสั่งดำเนินคดีแล้ว 163คดี จากทั้งหมด 206 คดี
พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะชุดพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีการก่อเหตุของกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ได้สรุปผลการดำเนินคดีของกลุ่มผู้ชุมนุมหลังก่อเหตุสร้างสถานการณ์และความไม่สงบในหลายพื้นที่ โดยสรุปผลความคืบหน้าทางคดีสุดซึ่งพนังกานสอบสวนของแต่ละท้องที่ได้เร่งติดตามจับกุมในคดีที่เกิดขึ้น รวมทั้งหมด 206 คดี ประกอบด้วย ขอนแก่น 29 คดี อุดรธานี 103 คดี ร้อยเอ็ด 26 คดี มหาสารคาม 31 คดี มุกดาหาร 5 คดี สกลนคร 11คดี และ เลย 1 คดี ในจำนวนนี้ได้ส่งมอบคดีให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สืบสวนสอบสวน 16 คดี แยกเป็นขอนแก่น 7 คดี อุดรธานี 8 คดี และ มุกดาหาร 1 คดี โดยขณะนี้คงเหลือคดีในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค4รวม 190 คดี ในจำนวนนี้ดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 163 คดี และอยู่ในระหว่างการสอบสวน 27 คดี โดยผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมและมอบตัวสู้คดีแล้ว 12คดี และยังคงไม่รู้ตัวผู้ต้องหาอยู่อีก 15 คดี ขณะที่ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตจากการชุมนุม 2 รายพนักงานสอบสวนได้จำหน่ายออกจากคดีความไปแล้ว
“คดีที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการประกาศเคอร์ฟิวส์ ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมานั้นคือการก่อเหตุวางเพลิงทรัพย์สินของทางราชการประกอบศาลากลางจังหวัดและสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น ซึ่งได้มีการออกหมายจับไปแล้ว 124รายจับกุมตัวได้ 12รายซึ่งคดีดังกล่าวนี่ ดีเอสไอได้ขอรับสำนวนไปทำงานสืบสวนสอบสวน ขณะที่การทำลายทรัพย์สินของธนาคารกรุงเทพขอนแก่นรวม 4สาขานั้นออกหมายจับ 13 ราย จับกุมได้แล้ว 8 ราย ร่วมกันวางเพลิง บ้านพักนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม ออกหมายจับ 13 ราย จับกุมได้ 10 ราย คดีวางเพลิงศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ออกหมายจับ 75 ราย จับกุมได้ 8 ราย วางเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี ออกหมายจับ 11 หมาย จับได้ 5 คน วางเพลิงศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร จับกุมผู้ต้องหาขณะก่อเหตุได้ 16 ราย มอบตัวก่อนออกหมาย 3ราย ออกหมายจับ 76 ราย จับได้ 9 ราย วางเพลิงสถานที่ราชการ จ.มหาสารคาม จับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย และขออนุมติหมายจับเพิ่มเติม 2 ราย”พล.ต.ต.กวี
รอง ผบขช.ภ.4 กล่าวอีกว่า การเร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุทั่วทั้งภาคอีสานตอนบน ซึ่งได้กำชับไปยังหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งและพื้นที่ที่เกิดเหจุได้กวดขันจับกุมและสรุปสำรนวนคดีรายการถึงกอบัญชาการในทุกสัปดาห์ ซึ่งจากผลการจับกุมของทุกจังหวัดมีความคืบหน้าไปมากกว้าร่อยละ 50 ซึ่งเหลือเพียงคดีที่ยังคงไม่ทราบชื่อของคนร้ายและมีภาพถ่ายปรากฎอยู่ในหมาย ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหาย นอกจากนี้การประสานงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ในคดีที่นอกเหนือจากการส่งคดีไปนั้นมีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน







