
ภ.1กวาดล้างยาเสพติดของกลางอื้อ-สินบน1.2ล.
ผบช.ภ.1 แถลงกวาดล้างยาเสพติดของกลางอื้อ พร้อมยึดเงินติดสินบน 1.2 ล. ยึดทรัพย์อีก 15 ล.
ผบช.ภ.1 แถลงกวาดล้างยาเสพติดของกลางอื้อ พร้อมยึดเงินติดสินบน 1.2 ล. ยึดทรัพย์อีก 15 ล.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11สิงหาคม ที่ห้องประชุมอมรภิวัฒน์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(บช.ภ.1)พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด.ภ.1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงรักษาความเรียบร้อยการออกเสียงประชามติระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม-10 สิงหาคม 2559 และห้วงระดมกวาดล้างตรวจค้นยาเสพติดระหว่าง 3-11 สิงหาคม 2559 พร้อมของกลางอาวุธปืน ยาเสพติด รถยนต์ รถจยย.จำนวนมาก
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรมโดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด และหมายจับค้างเก่า เพื่อป้องกันการกระทำความผิดร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในห้วงเวลาการออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม -10 สิงหาคม 2559 และระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเข้มข้นในห้วงระหว่างวันที่ 3-11 สิงหาคม 2559 ซึ่งได้ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัด พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติจำนวน 15 เรื่อง เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉีกบัตร 11 ราย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ความผิดการจำหน่ายสุราในช่วงเวลาห้าม 2 ราย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดการโพสต์รูปบัตรออกเสียง 1 ราย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดบัตรลงคะแนนหาย 1 ราย
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดสามารถจับกุมตรวจยึดอาวุธปืน 396 กระบอก จับกุมคดียาเสพติด 2,161 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 118,258 เม็ด ยาไอซ์ 1,433 กรัม ยาเค 57.7 กรัม เฮโรอีน 2,261 กรัม กัญชา 13.19 กิโลกรัม กระท่อม 34.5 กิโลกรัม ขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่า 25,771,166 บาท จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า 486 หมาย ผู้ต้องหา 451 คน จับกุมผู้ต้องหาคดีอื่นๆ 767 ราย ผู้ต้องหา 1,840 คน มีคดีสำคัญ 4 คดี
คดีแรกเมื่อวันที่ 4-5 สิงหาคมในเขตท้องที่สภ.อุทัย และสภ.บางปะอินได้จับกุมนายเมธาศิษฐ์ หรือดรีม หรือกร ชูโรจน์สิริกุล พร้อมของกลางยาบ้า 11,600 เม็ด ตรวจยึดเงินสินบน 1.2 ล้านบาท ยึดทรัพย์สิน 5.3 ล้านบาท ทั้งนี้สืบเนื่องจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อย และได้สืบสวนขยายผลต่อไปสู่ผู้ค้ารายใหญ่จนนำไปสู่การจับกุมนายเมธาศิษฐ์ พร้อมของกลางดังกล่าว ต่อมานายเมธาศิษฐ์แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลังได้พูดคุยโทรศัพท์ว่านายวรพจน์ ได้เสนอเงิน 1 ล้านบาท เพื่อให้ปล่อยตัว แต่ชุดจับกุมได้ปฏิเสธข้อเสนอ นายเมธาศิษฐ์จึงได้โทรติดต่อญาติเพื่อแจ้งเหตุที่ถูกจับกุมคือน.ส.พรนภาหรือฝ้าย ภาคย์สุภาพ ซึ่งเป็นภรรยา ก่อนที่นายเมธาศิษฐ์ได้ส่งโทรศัพท์ให้อาสา ซึ่งขณะนั้นมีนายวรพจน์หรือแด๊ะโทรศัพท์เข้ามาประชุมสาย เพื่อเสนอเงินให้เจ้าหน้าที่จำนวน 1.2 ล้านบาท แลกกับการปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุม โดยนัดจุดส่งมอบเงินจากนั้นให้น.ส.พรนภา และนางณัฐธยาน์ มารดาของนายเมธาศิษฐ์ไปรับเงิน เพื่อนำเงินมาให้เจ้าหน้าที่ที่ห้างโลตัส โรจนะ เจ้าหน้าที่จึงพาภรรยาและมารดาของนายเมธาศิษฐ์ไปยังจุดนัดพบ เพื่อรอจับกุมตัวผู้ที่จะนำเงินมามอบให้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและป.ป.ส. กระจายกำลังอยู่โดยรอบ ต่อมาเวลา 13.30 น. นายชาลีหรือศิวนัด ตรีมงคล ได้ขับรถยนต์แจ๊สสีขาว ฝากระโปรงสีดำหมายเลขทะเบียน กพ 6306 พระนครศรีอยุธยา เข้ามาที่ห้างโลตัส โรจนะ และได้เรียกน.ส.พรนภาให้ไปรับเงิน 1.2 ล้านบาทที่รถยนต์ โดยได้ลงมาจากรถ ก่อนที่จะขับรถออกไปด้วยความเร็วทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดจับและติดตามได้ทัน ต่อมาจึงตรวจสอบว่าเงินสินบนดังกล่าวมาจากที่ใด และผู้ใดเกี่ยวข้องกับคดีบ้าง จะได้ทำการขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป
คดีที่สองเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ในท้องที่สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี จับกุมน.ส.วัลยา บ้านมิ้น ภรรยานายประนอม ศรีสุข คนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจสภ.แก่งคอยเสียชีวิต ในข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จากกรณีที่ด.ต.อรรณพ เครืออนันต์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.แก่งคอย ได้ขยายผลล่อซื้อยาบ้าจากนายประนอม แต่คนร้ายไหวตัวทันยิงปืนใส่ด.ต.อรรณพบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยนายประนอมได้หลบหนีไป จนกระทั่งวันที่ 29 ก.ค. นายประนอม ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญที่วัดตาดบน อ.แก่งคอย จ. สระบุรี ขณะลงจากเขาตอนกลางคืนและพยายามหลบหนีและยิงปืนใส่ตำรวจชุดติดตามจับกุม ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องโดยได้จับกุมน.ส.วัลยา ภารรยาของนายประนอม ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 364/2559 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2559
คดีที่สามเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เวลาประมาณ 19.30 น. ในท้องที่สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ได้จับกุมนายวิกรานต์ หรือปอน ศรีศิลป์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 58,000 เม็ด ยาไอซ์ 857.46 กรัม สืบเนื่องจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยพร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด อาวุธปืน 1 กระบอก และได้สืบสวนขยายผลล่อซื้อจนสามารถจับกุมนายวิกรานต์ พร้อมของกลางดังกล่าว นอกจากนี้ได้ออกหมายจับผู้ค้าในเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 2 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
และคดีสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และสภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี จับกุมเครือข่ายการค้ายาเสพติดของนายนำโชคหรือบูม คุ้มเสร็จ 5 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ค้ายาในพื้นที่จ.ปทุมธานี จ.ฉะเชิงเทรา และในกรุงเทพมหานคร ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบนั้น พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินเป็นรถยนต์ 3 คัน รถจยย. 2 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง สมุดบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 10.4 ล้านบาท







