
สมประโยชน์
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ในทางการเมืองและผลประโยชน์ของประเทศชาตินั้น ย่อมไม่มีคำว่า มิตรแท้และศัตรูถาวร ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีและรัสเซียก็เป็นเช่นเดียวกัน
จากที่เคยขู่คำรามกันเสียงดังเมื่อปลายปี 2015 จากกรณีตุรกีสอยเครื่องบินรบรัสเซียตก จนกลายเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศที่ร้อนที่สุด ถึงขนาดที่นักวิเคราะห์บางรายระบุว่าอาจเป็นชนวนความเสี่ยงสงครามเย็น หรือถึงขั้นสงครามโลกครั้งใหม่ตามมา ทว่าล่าสุดผู้นำของทั้งสองฝ่ายกลับมาจับมือสมานฉันท์กันเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งสองประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบ Strong Man ด้วยกันทั้งคู่ ทั้งประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดี เรเซป เตยิป เออร์โดอาน ซึ่งหมุนเวียนเก้าอี้ดนตรีระหว่างตำแหน่งประธานาธิบดีสลับกับนายกรัฐมนตรีมานานกว่า 10 ปี ได้ตกลงพบปะกันอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ โดย เออร์โดอาน เป็นฝ่ายบินไปพบปูตินครึ่งทางที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
แม้ตุรกีจะดำเนินความสัมพันธ์กับรัสเซียมานาน ทว่าส่วนใหญ่ก็เป็นไปในเชิงเศรษฐกิจและการค้าอาวุธมากกว่า
ในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงจริงๆ นั้น ตุรกีเลือกข้างฝ่ายสหรัฐและยุโรป โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) และความสัมพันธ์กับรัสเซียก็ยิ่งแย่ลง เพราะความเห็นไม่ลงรอยกันเรื่องการจัดการกับประเทศซีเรีย ที่ถือเป็นเดิมพันสำคัญของยุทธศาสตร์ตะวันออกกลาง ถึงขั้นที่ตุรกียอมเล่นใหญ่ ส่งเอฟ-16 ไปสอย ซู-24 ของรัสเซียร่วงไปแล้วก่อนหน้านี้
ทว่าการเล่นหน้าเดียวและพึ่งพิงมหาอำนาจรายใดรายหนึ่งมากเกินไปกลับไม่เป็นผลดีในระยะยาว เพราะทั้งสหรัฐและยุโรปไม่สามารถช่วยชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ตุรกีถูกรัสเซียคว่ำบาตรได้ ยุโรปเองนั้นเพิ่งมีข่าวว่าเบี้ยวเงินช่วยเหลือเรื่องผู้อพยพที่จากเดิมต้องให้ตุรกีปีละ 3,000 ล้านยูโร แต่ตุรกีโวยว่าได้มาแค่ 1-2 ล้านยูโรเท่านั้น และทำให้ปัญหาเรื่องผู้อพยพในยุโรปต้องสะดุดลงอีกครั้ง
ส่วนสหรัฐนั้นก็เล่นสองหน้ากับตุรกี เพราะในขณะที่หนุนรัฐบาลเออร์โดอาน แต่ก็ให้ที่ลี้ภัยทางการเมืองกับเฟตุลเลาะห์ กูเลน อดีตอิหม่ามที่มีสาวกไปทั่วประเทศ และถือเป็นศัตรูคู่แค้นที่สุดของเออร์โดอาน แถมสหรัฐยังแอบหนุนกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดระหว่างทำสงครามต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรัก
จึงไม่น่าแปลกใจที่ตุรกีจะกระฟัดกระเฟียดใส่ตะวันตกเป็นพิเศษหลังเหตุรัฐประหารที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และลงท้ายด้วยการบินไปสมานฉันท์กับปูตินถึงรัสเซีย โดยเรียกว่าเป็นการฟื้นสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันใหม่อีกครั้ง นำโดยเรื่องเศรษฐกิจ ตั้งแต่การค้า การท่องเที่ยว น้ำมันและก๊าซ ไปจนถึงเรื่องความมั่นคง
หลังจากนี้ ตุรกีก็จะกลับมาอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบจากการเล่นสองหน้ากับมหาอำนาจอีกครั้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ต้องพึ่งพาตุรกีที่เป็นยุทธศาสตร์หน้าด่านของความมั่นคงในตะวันออกกลางและการสกัดการก่อการร้าย
มิตรแท้และศัตรูถาวรเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง การเล่นสองหน้าในดงมหาอำนาจโลกจึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายอาจต้องเรียนรู้จากตุรกี







