posttoday
เรียกเสียหายจำนำข้าวยาก สุดท้ายภาระภาษีประชาชน

เรียกเสียหายจำนำข้าวยาก สุดท้ายภาระภาษีประชาชน

10 สิงหาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศ นับตั้งแต่ความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และรัฐบาลเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินจนเกิดความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท

จากการเปิดเผยของ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า ผลการปิดบัญชีจำนำข้าวล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2558  มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากการปิดบัญชี ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557 ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ผลขาดทุนจำนำข้าว ณ วันที่ 30 ต.ค. 2557 อยู่ที่ 7 แสนล้านบาท แยกเป็น 11 โครงการ ก่อนรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขาดทุน 1.63 แสนล้านบาท และ 4 โครงการสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขาดทุน 5.36 แสนล้านบาท ทำให้ผลขาดทุนล่าสุดอยู่ที่ 7.4 แสนล้านบาท โดยผลขาดทุน 4 หมื่นล้านบาทที่เพิ่มขึ้น มาจากโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำให้ผลขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์สูงเป็น 5.76 แสนล้านบาท

หากนับผลการขาดทุนจำนำข้าว 7.4 แสนล้านบาท คิดเป็นครึ่งหนึ่งของความเสียหายวิกฤตการเงินปี 2540 หากคิดผลขาดทุนจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 5.76 แสนล้านบาท คิดเป็นมากกว่า 1 ใน 3 ของความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตการเงินปี 2540 ซึ่งถือว่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นความเสียหายของประเทศที่สูงมาก เพราะเป็นความเสียหายจากการดำเนินโครงการเดียว ต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่เป็นผลวิกฤตสถาบันการเงินลามไปสู่เศรษฐกิจทั้งประเทศ

ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่สูงมาก มาจากการรับจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาด โดยรับจำนำข้าวเปลือกที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท ส่วนข้าวหอมรับจำนำตันละ 2 หมื่นบาท ซึ่งเมื่อแปลงสภาพเป็นข้าวสารแล้วราคาต้นทุนต่อตันจะสูงกว่าราคาข้าวเปลือก แต่เมื่อมีการระบายข้าวออกไปกลับได้ราคาที่ต่ำมาก โดยข้าวส่วนใหญ่ที่ระบายออกไปขายได้ราคาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุน

ความเสียหายที่มากกว่านั้น มาจากการทุจริตในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายทาง ตั้งแต่รับจำนำข้าวคุณภาพต่ำกว่าที่ระบุไว้ การรับจำนำข้าวลมไม่มีข้าวจริงมีแต่ตัวเลข การระบายข้าวที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงหาประโยชน์ ล้วนทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมากอย่างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่าล่าสุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสั่งดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำให้เกิดความ เสียหายทางอาญาและทางแพ่งเพื่อชดใช้ความเสียหาย แต่การดำเนินการจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชดใช้ความเสียหายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการเอาผิดทางอาญากับ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมช.พาณิชย์และพวก ฐานระบายข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่เป็นจริง ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้ของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังเอาผิดทางอาญากับยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทั้งที่รู้ว่ามีการทุจริต และทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้ของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ดำเนินการเรียกให้ทั้งสองคนชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย โดยบุญทรงต้องชดใช้ความเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่เป็นจริง 2 หมื่นล้านบาท ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ความเสียหาย 2.86 แสนล้านบาท

ในการดำเนินการเรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้มีการดำเนินการตามขั้นตอน โดยในส่วนของบุญทรงได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการรับผิดทางแพ่งที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสรุปมีมูลความจริงและได้ส่งเรื่องให้ต้นสังกัดที่ได้รับความเสียหายคือกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการออกคำสั่งทางปกครองเรียกความเสียหายจากบุญทรง

ในส่วนของยิ่งลักษณ์ คณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง จะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ และส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้เสียหายดำเนินการออกคำสั่งปกครองเรียกค่า
เสียหายดังกล่าวต่อไป

แม้ว่าการเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การได้ตัวเงินจริงจากทั้งสองคนยังเป็นเรื่องยาก เพราะทั้งสองคนยังมีสิทธิไปฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว ทำให้การดำเนินการทางกฎหมายต้องใช้เวลาอีกนาน

นอกจากนี้ ในการให้ทั้งสองคนชดใช้ความเสียหายมากเป็นหลักหมื่นหลักแสนล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่มองไม่เห็นว่าทั้งสองคนจะมีเงินมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

บุญทรงแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช.ล่าสุดว่า บุญทรง ภรรยาและบุตร มีทรัพย์สินรวม 17 ล้านบาท เป็นของ
บุญทรง 3.9 ล้านบาท ขณะที่ ยิ่งลักษณ์แจ้งบัญชีทรัพย์สินที่รวมคู่สมรสและบุตร มีทรัพย์สินทั้งหมด 693 ล้านบาท เป็นของยิ่งลักษณ์ 615 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ต่อให้อายัดทรัพย์ของทั้งสองคนมาจนหมด ก็ยังไม่ถึง 1% ของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่าการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องทำได้ แต่การจะได้เงินมาใช้ความเสียหายจริงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด สุดท้ายหนีไม่พ้นเป็นภาระของประเทศที่ผู้เสียภาษีทุกคนต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชดใช้ความเสียหายให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท และยังมีความเสียหายอีกหลายแสนล้านบาทที่ผู้เสียภาษีต้องใช้ ซึ่งยิ่งใช้ช้าเท่าไรภาระก็ต้องมากขึ้น จากภาระดอกเบี้ยและข้าวที่อยู่ในสต๊อกเริ่มเสื่อมสภาพทำให้ต้องขายในราคาถูก

ที่ผ่านมากระทรวงการคลังสมัยที่ สมหมาย ภาษี เป็น รมว.คลัง มีแนวคิดจะออกกฎหมายพิเศษล้างหนี้โครงการรับจำนำข้าว โดยกำหนดการใช้ในแต่ละปีให้ชัดเจนเป็นจำนวนเท่าไร เพื่อทำให้หนี้หมดเร็วและประหยัดดอกเบี้ย แต่เมื่อมีการเปลี่ยนตัว รมว.คลังเป็น อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ได้พับแผนดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกติหรือออกเป็นกฎหมายพิเศษก็เป็นหนี้ก้อนเดียวกันที่รัฐบาลต้องชดใช้อยู่แล้ว

ดังนั้น การดำเนินการเรียกความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว จากผู้ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลดำเนินการถูกต้องแล้ว เพื่อเป็นการวางบรรทัดฐานให้นักการเมืองรุ่นหลังดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ อย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายในลักษณะดังกล่าวอีก หากยังกล้าเสี่ยงที่จะดำเนินการก็ต้องกล้ารับความผิดทางอาญาและทางแพ่งที่จะเกิดขึ้น

แต่ในส่วนของการจะได้ตัวเงินมาชดใช้ความเสียหายทั้งหมดเป็นเรื่องยากแสนยาก และถือเป็นบทเรียนของประชาชนทุกคนในประเทศเช่นกันว่า ต้องกลั่นกรองเลือกนักการเมืองเข้าไปบริหารประเทศให้มีคุณภาพ ไม่ดำเนินสิ่งที่ไม่ถูกต้องสร้างความเสียหายให้กับประเทศจำนวนมหาศาล ซึ่งสุดท้ายเป็นภาระของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท