posttoday
หวังจีดีพีไทยถึง3.6%

หวังจีดีพีไทยถึง3.6%

10 สิงหาคม 2559

ทิศทางการเมืองชัด หอการค้าปรับประมาณการเศรษฐกิจ คาดทั้งปีจีดีพีอาจโตถึง 3.6%

ทิศทางการเมืองชัด หอการค้าปรับประมาณการเศรษฐกิจ คาดทั้งปีจีดีพีอาจโตถึง 3.6%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อการเมืองของไทยมากขึ้น โดยศูนย์พยากรณ์ปรับประมาณการจีดีพีของไทยทั้งปี 2559 อยู่ที่ 3.3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3% ขณะที่กรอบขยับเป็น 3-3.6% จากเดิมอยู่ที่ 3-3.5%

“การสำรวจความเห็นของภาคธุรกิจและภาคประชาชนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น สำหรับการผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการผลิตเพื่อเก็บสต็อกก็มีทิศทางดีขึ้นเช่นกัน” นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงประชามติจะไม่ส่งผลดีต่อการส่งออกมากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เพราะบางส่วนได้รับผลกระทบจากเบร็กซิต ทำให้คาดการณ์ส่งออกติดลบ 2.1% อัตราเงินเฟ้อขยาย 0.4%

สำหรับปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีหลังที่จะส่งผลให้จีดีพีขยายตัวตามเป้ายังมีสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มมีผลต่อการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว และการค้าชายแดนมีแนวโน้มขยายตัว รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำและงบรายจ่ายลงทุน โดยจะมีเม็ดเงินลงทุนภาครัฐเติมเข้าในระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอีกประมาณ 1.5-2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบในช่วงครึ่งปีหลังที่ต้องจับตา ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ค่อยชัดเจน ผลกระทบจากเบร็กซิตที่ยังต้องติดตามความกังวลต่อภัยก่อการร้าย มีผลทำให้ธุรกรรมการค้าโลกและการลงทุนโลกซบเซา การส่งออกยังมีแนวโน้มหดตัว ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สัดส่วนหนี้สินของภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง มีผลการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนลดลง สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเอ็นพีแอล เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวจากการปรับนโยบายเศรษฐกิจโดยเน้นพึ่งพาสินค้าในประเทศ และลดการนำเข้าค่าเงินบาทเริ่มมีแนวโน้มแข็งค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ หอการค้าประเมินผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากการลงประชามติ โดยคาดการณ์ระหว่าง 6-8 เดือน หลังจากนี้หากมีการจัดทำกฎหมายลูกได้ และมีการเริ่มแนะนำผู้สมัครลงเลือกตั้งจะทำให้เกิดเงินสะพัดประมาณหลักพันล้านบาท และขณะเดียวกันหากกฎหมายลูกผ่าน และนำไปสู่ขั้นตอนการเลือกตั้งจะส่งผลให้เงินสะพัดอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท กระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวอีก 0.3-0.5% ซึ่งอาจจะทำให้เศรษฐกิจในปีหน้าขยายตัวอยู่ในกรอบ 3.5-4%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท