posttoday
เสถียรภาพไทยกำลังมา

เสถียรภาพไทยกำลังมา

09 สิงหาคม 2559

นิตยสารฟอร์บส์รายงานว่า ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ถือเป็นสัญญาณว่าชาวไทยยอมเห็นชอบเพื่อหวังให้การลงประชามตินำไปสู่เสถียรภาพ หลังจากที่ไทยประสบความวุ่นวายทางการเมืองมาเป็นเวลายาวนานหลายปี

นิตยสารฟอร์บส์รายงานว่า ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ถือเป็นสัญญาณว่าชาวไทยยอมเห็นชอบเพื่อหวังให้การลงประชามตินำไปสู่เสถียรภาพ หลังจากที่ไทยประสบความวุ่นวายทางการเมืองมาเป็นเวลายาวนานหลายปี

ผลการลงประชามติพบชาวไทยรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ด้วยคะแนนสัดส่วน 61.4% เมื่อเทียบกับผู้ไม่เห็นด้วย 37.9% ซึ่งรัฐบาลไทยให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2017 หลังชะลอจัดการเลือกตั้งมาเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2014

ทั้งนี้ เสถียรภาพทางการเมืองของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเริ่มต้นการรัฐประหารอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ของไทยในปี 2006 และเหตุประท้วงรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2010 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 ราย โดยความปั่นป่วนทางการเมืองในไทยยังคงดำเนินต่อ จากเหตุประท้วงขับไล่รัฐบาลช่วงเดือน พ.ย. 2013 จนถึงเดือน พ.ค. 2014  

ฟอร์บส์ ระบุว่า ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองมีผลต่อการยื่นขอลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ร่วงลงอย่างหนักถึง 78% อยู่ที่ 2,680 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.38 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2015 สวนทางกับตัวเลขการลงทุนที่แข็งแกร่งของประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่างเวียดนามและกัมพูชา ซึ่งนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และยุโรป มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย

ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิเคราะห์จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ แสดงความเห็นว่า ตัวเลขเอฟดีไอที่อ่อนแรงในช่วงดังกล่าว บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยอธิบายสาเหตุตัวเลขเอฟดีไอที่ลดลงว่า มีการเลือกกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาลงทุน เนื่องจากต้องการให้มีการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีใหม่มากกว่าโครงการลงทุนแบบดั้งเดิม เช่น ในอุตสาหกรรมรถยนต์จากญี่ปุ่น

ด้าน เฟือง เหงียน สมาชิกระดับสูงของโครงการวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากสถาบันคลังสมองซีเอสไอเอสของสหรัฐ มองว่า การยินยอมจัดการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันของไทยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของประเทศ เนื่องจากยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศจากกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงความไม่พอใจจากกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ ภายในประเทศ และพยายามสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับกลยุทธ์การแก้ไขปัญหาภายในประเทศของรัฐบาล

อย่างไรก็ดี อลิเซีย การ์เซีย เฮอร์เรอโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียแปซิฟิก ของธนาคารนาติซิส จากฝรั่งเศส กล่าวว่า ภาคธุรกิจต่างชาติไม่ให้ความสนใจกับการลงประชามติของไทย ซึ่งทำให้ไทยยังคงเป็นประเทศปิด และไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่รัฐบาลไทยเลือกเปิดให้นักลงทุนบางรายเข้ามาลงทุน เนื่องจากต้องการเลี่ยงความขัดแย้งกับ กลุ่มอำนาจเก่าภายในประเทศ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ