
เดินตามโรดแมป
หลังจากภาคเอกชนขานรับผลคะแนนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 พร้อมสนับสนุนคำถามพ่วงเปิดทางให้ สว.สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ทั้งต่อการกระตุ้นการบริโภค ตลอดจนสร้างความชัดเจนในการวางแผนลงทุนนับจากนี้
หลังจากภาคเอกชนขานรับผลคะแนนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 พร้อมสนับสนุนคำถามพ่วงเปิดทางให้ สว.สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ทั้งต่อการกระตุ้นการบริโภค ตลอดจนสร้างความชัดเจนในการวางแผนลงทุนนับจากนี้
ฉะนั้น รัฐบาล คสช.ต้องเดินหน้าตามโรดแมปการเมือง เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่วางไว้ ฉันทามติจากคะแนนโหวตรัฐธรรมนูญชี้ชัดว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว อยากเห็นอนาคตประเทศได้รับการผ่าตัดโครงสร้างขนานใหญ่ โดยไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองเป็นอุปสรรค
ขณะที่การผลักดันนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะต้องมีรูปธรรม สามารถบรรเทาปัญหาปากท้องของประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
โจทย์ใหญ่และมีความสำคัญยิ่ง รัฐบาลต้องเป็นผู้นำการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดขึ้น ช่วงเวลาหลังจากนี้ถึงเวลาทบทวนการใช้อำนาจรัฐที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แต่จะต้องสร้างกระบวนการให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของประเทศ
ในระยะอันใกล้ หัวหน้า คสช.ควรลดบทบาทการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ลง เพื่อลดแรงกดดันและสร้างบรรยากาศเอื้อให้ประเทศเดินเข้าสู่สถานการณ์การปกครองแบบปกติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจตนารมณ์ที่ประชาชนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ชัดเจนว่าอยากเห็นประเทศไทยใสสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
ยังมีโจทย์การปฏิรูปประเทศทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งอีกมากที่ต้องวางรากฐานการแก้ปัญหา การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนับจากนี้จึงได้รับความคาดหวังสูง การออกแรงของ คสช.แก้ไขโดยลำพังไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าการแก้ปัญหาไม่ประสบความสำเร็จไปเสียทุกเรื่อง ยังต้องการแรงสนับสนุนจากภาคส่วนอื่นๆ อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืน
โดยเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 1 ปี ก่อนถึงการเลือกตั้งรอบหน้าในปลายปี 2560 การปฏิรูปเรื่องสำคัญๆ ต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ทั้งการปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ รวมถึงองคาพยพอื่นๆ ให้เกิดพลังเกื้อหนุนต่อการขับเคลื่อนประเทศรองรับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมโลกที่มีความผันผวนสูงและรวดเร็ว
ที่ขาดไม่ได้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการสร้างพลังทางสังคมให้เกิดความร่วมมือ และมีความพร้อมในการเผชิญความเสี่ยงในทุกมิติ รวมถึงภัยที่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงในด้านต่างๆ
ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มอำนาจการตรวจสอบถ่วงดุลทางการเมือง เท่าทันนักการเมืองและพรรคการเมือง เพื่อให้ได้ตัวแทนที่ดีมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ขณะที่พรรคการเมืองถึงเวลาต้องทบทวนบทบาทการทำหน้าที่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คุณภาพนักการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญถ่วงการพัฒนาประเทศให้ถดถอย ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณของประเทศไม่มีประสิทธิภาพ
รัฐบาล คสช. จึงควรหยิบทุกบทเรียนความล้มเหลวในอดีตนำไปสู่การปฏิรูปอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว







