posttoday
มติสภาห้ามเปิดรายงานไทย-เขมร

มติสภาห้ามเปิดรายงานไทย-เขมร

17 สิงหาคม 2553

รัฐสภาลงมติให้รายงานการประชุมลับเรื่องกรอบเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา เป็นความลับ หวั่นกระทบสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ด้านพท.ชี้ระวังขัดรธน.เหตุไม่เปิดเผยต่อสาธารณะชน

รัฐสภาลงมติให้รายงานการประชุมลับเรื่องกรอบเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา เป็นความลับ หวั่นกระทบสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ด้านพท.ชี้ระวังขัดรธน.เหตุไม่เปิดเผยต่อสาธารณะชน

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ซึ่ง มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้มีการพิจารณารายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่อง กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นๆ ภายใต้กรอบนี้ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 (สมัยนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2551 ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเสร็จแล้ว

 

มติสภาห้ามเปิดรายงานไทย-เขมร

ทั้งนี้ที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบให้รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่อง กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชา ตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นความลับ ด้วยคะแนนเสียง 348 ต่อ 25 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 14 เสียง

ต่อมาได้ลงมติเห็นชอบให้รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่อง กรอบการเจรจาสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย-ลาว ในคราวประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 4 (สมัยสามัญทั่วไป)วันอังคารที่ 24 และวันพุธที่ 25 มี.ค. 2552 ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นความลับ ด้วยคะแนน 344 ต่อ 22 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 17 เสียง

นอกจากนี้ยังลงมติเห็นชอบรายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่องร่างกรอบการเจรจาในกลไกของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(กทช.) ไทย-กัมพูชา ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญทั่วไป)วันจันทร์ที่ 27 เม.ย. 2552 ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นความลับ ด้วยคะแนน 324 ต่อ 48 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 16 เสียง

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณารายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่องกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาฯ แล้วเห็นว่ารายงานดังกล่าวไม่ควรเปิดเผย เพราะเกรงจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะมีการพาดพิงถึง นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นอกจากนี้รายงานการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา และคำชี้แจงของรัฐมนตรีอาจเป็นช่องทางให้ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาได้เปรียบเราได้

ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กล่าวว่า กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชานี้ รัฐสภาได้มีการประชุมพิจารณาไปตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2551 และรัฐสภาก็เป็นว่าควรประชุมลับ จากนั้นก็ได้ลงมติเห็นชอบกรอบการเจรจาฯดังกล่าว ดังนั้น ขบวนการต่างๆจบไปแล้ว

 

มติสภาห้ามเปิดรายงานไทย-เขมร

"คณะกรรมาธิการกิจการสภาฯก็ไปพิจารณาว่ารายงานการประชุมลับดังกล่าวควรเปิดเผยหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯก็เห็นว่าไม่ควรเปิดเผย ก็เท่านั้นไม่ได้เกี่ยวกับเอ็มโอยู 2543 แต่อย่างใด ก็แค่นั้น จึงอยากให้ทำความเข้าใจ ไม่เช่นสังคมจะไม่เข้าใจคิดว่าเราจะพิจารณากรอบการเจรจาฯอีกหรือไม่"นายวิทยากล่าว

ด้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เกรงว่ามติของคณะกรรมาธิการฯที่ให้ปิดรายงานการประชุมเป็นความลับ จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสาม และวรรคสี่ ว่าต้องเปิดเผยให้สังคมได้ทราบ

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่ารัฐบาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญทุกประการ และที่รัฐสภาลงมติให้เป็นความลับนั้นกรอบการเจรจราฯ ไม่ได้เป็นความลับ แต่ที่เป็นความลับนั้นเป็นสิ่งที่มีการอภิปรายกันในที่ประชุมร่วมรัฐสภาเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท