posttoday
มาร์ควอนคสช.ฟังเสียงข้างน้อยหวั่นอนาคตขัดแย้ง

มาร์ควอนคสช.ฟังเสียงข้างน้อยหวั่นอนาคตขัดแย้ง

08 สิงหาคม 2559

"อภิสิทธิ์" ยอมรับผลประชามติ วอนคสช.ฟังเสียงข้างน้อยหวั่นขัดแย้งอนาคต ไม่กังวลภาคใต้คะแนนเห็นชอบจำนวนมาก

"อภิสิทธิ์" ยอมรับผลประชามติ วอนคสช.ฟังเสียงข้างน้อยหวั่นขัดแย้งอนาคต ไม่กังวลภาคใต้คะแนนเห็นชอบจำนวนมาก

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หลังผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วต้องดูว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  จะอนุญาตให้พรรคประชุมได้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เข้ากับคำถามพ่วง รวมถึงการร่างกฎหมายลูกด้วย  ซึ่งไม่ทราบว่า คสช. จะมีนโยบายอย่างไร

ทั้งนี้  ในส่วนของพรรคต้องมองไปข้างถึงปัญหาของประเทศ เศรษฐกิจ ความขัดแย้ง การคอรัปชั่น เรื่องปฏิรูป ซึ่ง การที่ประชาชนเห็นชอบก็เป็นเพราะต้องการให้เรื่องเหล่านี้เดินไปข้างหน้า และนี่คือโจทย์ที่ทางพรรคก็ต้องรับไป ในส่วนที่ กรธ. เตรียมขอความเห็นในการร่างกฎหมายลูกนั้น ก็ต้องรอว่าจะมีการขอความเห็นอย่างไร ซึ่งการร่างกฎหมายลูก ก็จะเป็นไปตามหลักของรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าหลายเรื่องนั้นส่วนตัวยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างเรื่องโครงสร้างของพรรคเป็นต้น แต่พรรคก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล

เมื่อถามอีกว่าผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า ตัวเองคิดผิดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จุดยืนของตนเองก็ยังไม่เปลี่ยน ถึงจะทราบผลการทำประชามติล่วงหน้า แต่จุดยืนที่แสดงเป็นความเห็นที่สุจริตต่อร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อประชาชนตัดสินใจเช่นนี้ตนเองก็ยอมรับ

เมื่อถามว่าผลที่ออกมา สะท้อนให้เห็นว่าประชาชน ยอมรับให้ คสช. บริการประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  ประชาชนต้องการเดินหน้า และอาจมีความพอใจต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายความขัดแย้งอีก ซึ่งนักการเมืองทุกพรรคก็ต้องมองย้อนกลับไปและทบทวน 

อย่างไรก็ตาม การจัดทำประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็อยากให้ทุกฝ่ายอมรับ ขณะเดียวกันฝ่ายที่ดูแลบ้านเมือง ก็คงต้องคิดด้วย เนื่องจากประชาชนที่ไปใช้สิทธิยังต่ำกว่าเป้า และแม้ว่าเสียงที่ไม่เห็นชอบจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ผู้มีอำนาจก็ต้องรับฟังเขาด้วย ต้องพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกคนเหล่านี้ด้วย ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลประชามติที่เกิดขึ้น อย่านำไปสู่ความขัดแย้ง และอย่าสร้างเงื่อนไข ขอให้มองไปข้างหน้ามากกว่า

"ในอดีต บ้านเมืองที่เกิดปัญหามาก จากเสียงข้างมาก ไม่ยอมให้พื้นที่ หรือรับฟังเสียงข้างน้อย ถือเป็นบทเรียนสำคัญหนึ่ง ผมเชื่อว่าทุกคนจะประคับประครองสถานการณ์ไป และเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่การลงคะแนนจะมีแพ้ชนะ หรือมีอารมณ์ แต่การจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆ ต้องมองไปข้างหน้า มองถึงอนาคตร่วมกัน"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องว่าฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคน ที่ผ่านมาส่วนตัวแสดงจุดยืนก็เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน ความห่วงใยต่อความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในโครงสร้าง และความห่วงใยในมาตรการการปราบปรามทุจริตครัปชั่น ไม่มีส่วนใดไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

"ส่วนกรณีที่ภาคใต้มีคะแนนเห็นชอบมากนั้น ผมก็ไม่ได้กังวล เพราะเคารพทุกวามเห็น เข้าใจในความรู้สึกของประชาชนที่ตัดสินใจ ความจริงผลที่ออกมา ถ้าเราไปดูในรายจังหวัด จะพบว่าคะแนนต่อคำถามพ่วงจะใกล้เคียงกับการทำประชามติปี 50 จะชัดเจนมากหากวิเคราะห์ถึงผลคะแนน จึงไม่แปลกอะไร เพราะภาคใต้เองก็มีผลคะแนนก็คล้ายกับประชามติปี 50 เพียงแต่คะแนนที่รับร่างรัฐธรรมนูญจะลดลงมา มีที่พลิกไปเลยก็คือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเรื่อที่น่าเป็นห่วง เพราะเท่าที่ติดตาม ปัญหาในพื้นที่อาจสะท้อนถึงความข้องใจ ติดใจ ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเป็นเรืองที่ละเอียดอ่อน"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าคะแนนนิยมของพรรคจะลดลงน้อยกว่าคะแนนนิยม กปปส. นั้น ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเรื่องการลงคะแนนประชามติ จะเป็นเรื่องของพรรคหรือกลุ่มการเมือง ประชาชนตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานความต้องการ ว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร หากไปสรุปเช่นนั้น เหมือนกับจะไม่จดจำการทำประชามติปี 50 เดือน ส.ค. ฝ่ายที่รับชนะ 57% ต่อ 43% แต่ในอีก 3 เดือนต่อมาพรรคการเมืองที่ไม่รับก็ชนะการเลือกตั้ง ทั้งนี้เข้าใจในการตัดสินใจลงคะแนนในแต่ละครั้ง ว่ามีปัจจัยเฉพาะ ซึ่งรับฟังความรู้สึกและอารมณ์ เพื่อหาปรับแนวทางของพรรคเช่นกัน ยืนยันว่าอุดมการณ์ของพรรคยังมีจุดยืนเหมือนเดิม

เมื่อถามถึงความเห็นแตกต่างของสมาชิกพรรคนจะทำให้เกิดการแตกแยกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  เคารพความเห็นของทุกฝ่าย ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พรรคการเมืองและนักการเมืองจะต้องยึดถืออุดมการณ์  ถ้าเราไปสนับสนุนพรรค หรือนักการเมืองที่ไม่สนใจอุดมการณ์ใดๆเลย ส่วนตัวมองว่าอันตรายมากว่า ดังนั้นส่วนตัวจึงเคารพจุดยืนและความเห็นต่าง เพราะเราเองก็ไม่ได้ไปขัดแย้งหรือต่อสู้กับใคร และไม่ได้รณรงค์ใดๆด้วยซ้ำ หากแต่เป็นสิ่งที่เราแสดงไป ถึงแม้ว่าจะทราบผลล่วงหน้า แต่ก็ต้องแสดงจุดยืนเช่นนี้ และเคารพ น้อมรับ การตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามว่าในพรรคที่มีสมาชิก เป็นแกนนำ กปปส. ร่วมอยู่ด้วย จะสามารเดินหน้าพรรคต่อไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของพรรคก็เป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคทุกคน ที่มี่ส่วนต้องช่วยกัน ทำให้พรรคเป็นที่ยอมรับ เป็นที่พึ่งหวังขอประชาชน โดยรับฟังเสียงของประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท