
เร่งเกิด3โครงการใหญ่อีอีซี คาดเสนอเข้าครม.เดือนส.ค.
“สมคิด” คุยหน่วยงานขับเคลื่อนอีอีซี เผยรถไฟความเร็วสูง-พัฒนาอู่ตะเภา-ท่าเรือจุกเสม็ดพร้อมสุด
“สมคิด” คุยหน่วยงานขับเคลื่อนอีอีซี เผยรถไฟความเร็วสูง-พัฒนาอู่ตะเภา-ท่าเรือจุกเสม็ดพร้อมสุด
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายว่าต้องทำให้เสร็จใน 3 เดือนนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งทางราง ท่าเรือ และสนามบิน คาดว่าภายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค.นี้ จะรวบรวมรายละเอียดเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบเพื่อเดินหน้าโครงการต่อไปได้
สำหรับโครงการที่มีความพร้อมมากที่สุดที่จะเสนอให้เดินหน้าขณะนี้มีทั้งหมด 3 โครงการ เริ่มจากระบบราง คือโครงการ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางประมาณ 190 กม. ตอนนี้กระทรวงคมนาคมได้จัดทำรายละเอียดเสร็จแล้ว และภายในเดือน ส.ค.นี้ จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เห็นชอบก่อนเข้าสู่กระบวนการพีพีพีฟาสต์แทร็ก เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เกิดความรวดเร็ว รองรับการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC คาดว่า อย่างเร็วที่สุดภายในปีหน้าจะเปิดประกวดราคาโครงการได้
โครงการที่ 2 การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือ ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 และโครงการที่ 3 การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ให้เป็นจุดจอดเรือยอชต์ เรือสำราญ และเรือข้ามฟาก (เฟอร์รี่) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทย คือพัทยา-ชะอำ โดยท่าเรือฝั่งทะเลชะอำที่มีความพร้อมคือ ท่าเรือปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หากพัฒนาสำเร็จจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือได้มากขึ้น เพราะการเดินทางไปยังพื้นที่ทั้งสองฝั่งนั้น ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น
ทั้งนี้ โครงการ EEC คาดรัฐจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท และจะดึงดูดการลงทุนจากเอกชนได้มากกว่า 1.9 ล้านล้านบาท







