
รับเพราะอยากเลือกตั้ง
มุมมองจากนักวิชาการภายหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ โดยส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนลงคะแนนเสียง “รับร่าง” เพราะต้องการเลือกตั้ง และกลับคืนสู่ภาวะปกติ
มุมมองจากนักวิชาการภายหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ โดยส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนลงคะแนนเสียง “รับร่าง” เพราะต้องการเลือกตั้ง และกลับคืนสู่ภาวะปกติ
วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่คะแนน “รับ” และ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงทิ้งห่างกันมาก เนื่องจาก “กลุ่มคนกลาง” ซึ่งไม่ใช่ทั้ง กปปส. คสช. พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ มีความคิดเห็นตรงกันว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนั้น ควรจะจบได้แล้ว
“วันนี้กลุ่มคนกลางต่างมีความเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองควรจะจบๆ ไปเสียที จึงเลือกรับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งและทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติได้” วิทยากร กล่าว
เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ที่เลือกรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดเลยว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร แต่พวกเขาต้องการเห็นการเลือกตั้งและเชื่อว่าจะสามารถยุติปัญหาขัดแย้งการเมืองเสียมากกว่า
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นว่า เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะเป็นรัฐบาลที่เป็นเอกภาพหรือไม่
อาจารย์ณรงค์ ขยายความว่า ในอนาคตมีโอกาสที่รัฐสภาอาจจะแตกร้าวได้ระหว่างกลุ่ม สว.สรรหา กับนักการเมืองที่เป็น สส.จากการเลือกตั้งที่จะร่วมกันโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะหากที่มาของนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ย่อมเกิดความขัดแย้งระหว่าง คสช. กับฝ่ายการเมือง หรือนายกรัฐมนตรีที่มาจากฝ่ายการเมืองอาจเกิดข้อขัดแย้งระหว่างฝ่าย คสช.ที่เลือก สว.สรรหา
“ความปรองดองทางการเมืองจะเกิดขึ้นหรือไม่ ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับศิลปะในการบริหารกับที่มาของนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นอย่างไร เพราะนายกรัฐมนตรีคนต่อไปไม่อาจจะใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหาต่างๆ ได้เหมือนในปัจจุบัน” ณรงค์ ระบุ
เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ผลการลงประชามติในครั้งนี้สะท้อนว่า สิ่งที่ คสช.เสนอได้รับการยอมรับจากประชาชน จึงทำให้หลังจากนี้ คสช.มีความเชื่อมั่นในการใช้อำนาจมากขึ้นเพื่อเดินหน้าทำงานตามโรดแมป และเห็นว่าหลังจากนี้ คสช.ควรลดการใช้มาตรา 44 ลง เพราะประเทศกำลังเดินเข้าสู่สถานการณ์และการปกครองแบบปกติ
“คสช.จะทำงานง่ายมากขึ้นเพราะเป็นไปตามโรดแมปตามที่ คสช.วางไว้ ดังนั้นหลังจากนี้สิ่งที่ คสช.ต้องเตรียมการมากๆ คือการแต่งตั้ง สว.สรรหา มาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย” เจษฎ์ ระบุ







