
สนช.ยินดีคำถามพ่วงผ่านประชามติ มั่นใจสถานการณ์จากนี้ดีขึ้น
สนช.ยินดีหลังคำถามพ่วงผ่านประชามติ มั่นใจสถานการณ์จากนี้ดีขึ้น เผย สว.มีสิทธิเลือกและไร้อำนาจเสนอชื่อนายกฯ
สนช.ยินดีหลังคำถามพ่วงผ่านประชามติ มั่นใจสถานการณ์จากนี้ดีขึ้น เผย สว.มีสิทธิเลือกและไร้อำนาจเสนอชื่อนายกฯ
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลา 18.00น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 แถลงภายหลังติดตามการนับคะแนนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า จากการติดตามผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงในขณะนี้ แม้ยังไม่เสร็จสิ้น แต่การนับคะแนนก็ดำเนินการไปได้มากกว่าครึ่ง พบว่าประชาชนเห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงมากกว่า เป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนที่อยากประเทศเดินหน้าตามโรดแมป พร้อมกับการปฏิรูปประเทศให้ต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น แม้หลายพรรคการเมืองจะแสดงจุดยืนของตนเอง แต่ผลของประชามติ จะเป็นตัวยืนยันเองว่า ประชาชนไม่ได้เห็นคล้ายตามพรรคการเมืองเสมอไป
"หากท้ายที่สุดผลอย่างเป็นทางการออกมาแล้วไม่เปลี่ยนแปลงไป จากนี้ก็เป็นภารกิจที่คสช.และสนช.ต้องดูแลบ้านเมืองสนองความต้องการของประชาชนต่อไป ขณะที่รัฐบาลในอนาคตก็ต้องสืบทอดภารกิจตามความต้องการของประชาชน เพราะกระบวนการประชามติเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน เราต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธผลประชามติครั้งนี้"นายสุรชัยกล่าว
นายสุรชัย กล่าวต่อว่า จากนี้เป็นหน้าที่ กรธ.ที่จะต้องปรับปรุงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ น่าจะเรียบร้อย ถ้าทุกคนเคารพกติกาอยากเห็นประเทศเดินตามโรดแมป ขณะเดียวกัน ยังเชื่อว่าต่างประเทศจะให้ความมั่นใจต่อประเทศไทยมากขึ้น เพราะเขาได้เห็นความพยายามในความต้องการการเปลี่ยนผ่านประเทศ
เมื่อถามว่า คิดว่า หลังจากนี้ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเริ่มประชุมพรรคได้แล้วหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เชื่อว่า จากนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะพิจารณาสถานการณ์เอง และทุกฝ่ายควรหันหน้ามาจับมือกันเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทย
เมื่อถามว่า ส.ว.ตามคำถามพ่วงจะสามารถเลือกนายกฯได้ 2 ครั้งใช่หรือไม่ เพราะ ส.ว.มีเวลา 5 ปี แต่นายกฯมีวาะ 4 ปี นายสุรชัย กล่าวว่า วาระของนายกฯ และส.ว.เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งส.ว.ตามคำพ่วงสามารถร่วมกับ ส.ส.ในการเลือกนายกฯได้ตลอด 5 ปี แต่ส.ว.ไม่มีอำนาจในการเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯให้รัฐสภาเห็นชอบได้ เพราะการเสนอชื่อนั้น เป็นหน้าที่ของ ส.ส.







