
"จตุพร"โวยแหลกอ้างคนใช้สิทธิน้อย จี้กกต.รับผิดชอบ
"จตุพร" โวย คสช.-กกต. หลังประชาชนออกมาใช้สิทธิน้อย จี้ กกต. ลาออกยกชุด ข้องใจ 2 โพลชี้นำคะแนน
"จตุพร" โวย คสช.-กกต. หลังประชาชนออกมาใช้สิทธิน้อย จี้ กกต. ลาออกยกชุด ข้องใจ 2 โพลชี้นำคะแนน
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลา 16.30 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. และ นายเหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ร่วมกัน แถลงข่าวภายหลังปิดหีบออกเสียงประชามติ
นายจตุพร กล่าวว่า ขอประณามการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะรักษาความสงบเรียบร้องแห่งชาติ (คสช.) ที่สร้างบรรยากาศการลงประชามติ ภายใต้ความหวาดกลัวในราชอาณาจักร และกกต.ควรแสดงออกด้วยความรับผิดชอบด้วยการลาออกทั้งคณะ เพราะ กกต.ทำหน้าที่รณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิได้เพียงองค์กรเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีการรณรงค์โดยเฉพาะพื้นที่คนเห็นต่าง ทำให้ความตื่นตัวของประชาชนเป็นที่น่าผิดหวัง ประชาชนตื่นตัวไม่ถึง 80% ขณะที่คสช. สร้างความหวาดกลัวประชาชนที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบคือ กกต.และคสช.
นายจตุพร กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าห่วงใยคือการชี้นำโพลของกรุงเทพโพลล์และนิด้าโพล ช่วงเวลา 2-6 ส.ค. โดยกรุงเทพโพลล์ระบุว่ารับร่างรัฐธรรมนูญ 76% และนิด้าโพลรับร่างรัฐธรรมนูญ 57% ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการนับคะแนนต่อและการรวมคะแนนจากนี้ไปเป็นไปตามที่มีการจั่วหัวไว้ก่อนจากผลโพล
"ถามว่าทำไม 2 โพลนี้ต้องออกมาฉับพลัน นั่นเพื่อให้คะแนนเป็นไปตามโพล แม้ประชาชนจะใช้สิทธิไม่ถึง 80% ก็ตามแต่ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน ผมขอกล่าวหาก่อน ว่า เพื่อให้คะแนนเป็นไปตามโพล และที่สำคัญที่กกต.บอกว่าระหว่างการนับคะแนน ประชาชนสามารถเข้าไปถ่ายภาพลงเฟซบุ๊กแจ้งกกต.ได้ แต่ความเป็นจริงประชาชนไม่สามารถเข้าไปในหน่วยได้ ต้องปีนเข้าหน้าต่าง ซึ่งลำบาก ดังนั้นการนับคะแนนเป็นเรื่องที่น่าห่วงใย และการรวมคะแนน เพราะตลอด เวลา 8โมงเช้า จนกระทั่งเวลานี้ ยังไม่มีคนอื่นสามารถเข้าไปตรวจสอบสังเกตการณ์คูหาลงประชามติได้ ดังนั้นการนับคะแนนและการรวมคะแนน จะเป็นปัญหาถ้าเอาดัชนีของโพลมารอไว้อย่างนี้ เพื่อสร้างความเชื่อให้กับคะแนนให้ไปถึงตามที่ผลโพลว่าไว้ เพราะฉะนั้นการนับคะแนนมีหลายอย่างที่ต้องพิสูจน์จากนี้ไปกรอบระยะเวลา 3 วัน ที่จะรวมคะแนนอย่างเป็นทางการจะเป็นโอกาสที่จะต้องร้องเรียนเรื่องของการทุจริต ซึ่งขณะนี้มีการรายงานมาหลายจังหวัด ดังนั้นประชาชนและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยต่างๆต้องช่วยผม แสดงหลักฐานออกมา เมื่อมีการสร้างตัวเลขไว้แล้วซึ่งบรรยากาศถูกชี้นำโดยโพลแบบนี้เป็นปัญหาแน่นอน"ประธาน นปช.กล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า จะไม่ถามหาความรับผิดชอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะท่านประกาศไว้แล้วจะไม่รับผิดชอบดังนั้นจึงจะไม่ถามหาในสิ่งที่ท่านไม่มี ผลประชามติไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ประเทศไทยยังต้องเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าโกงประเทศไทย มาตรา 44 เอาไม่อยู่ ตนขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน ตรงไหนที่ตรวจสอบได้ต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะนี่คืออนาคตของประเทศไทย ผ่านไม่ผ่านถ้าพบทุจริตต้องเกิดเรื่อง ตนต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทางทิศทางที่เป็นประชาธิปไตยแบบสันติวิธี
ทั้งนี้ถ้าผลประชามติผ่านก็จะไม่บิดพลิ้วคือ ไม่ลงรับสมัครเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเลิกคิดเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหมดความชอบธรรม ดังนั้นไม่ต้องรับผิดชอบว่าผ่านไม่ผ่าน และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเขียนรัฐธรรมนูญ
ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อการลงคะแนนประชามติเดินถึงจุดที่ปิดหีบและอยู่ในช่วงการนับคะแนนขณะนี้ ต้องขอขอบคุณและชื่นชม ประชาชนกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยทุกคน ทุกกลุ่มที่ยืนหยัดแสดงความกล้าหาญกับผู้มีอำนาจ ทั้งถูกจับกุม คุมขังไม่เว้นแต่ละวัน แต่เราเดินมาถึงวันนี้ได้วันที่ประชาชนทั้งประเทศเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย มีความสำเร็จร่วมกัน
"ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องคิดและทำทันที คือยุติการดำเนินคดีกับผู้ถูกจับคุมขังทุกคนทุกฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพ แสดงความเห็นต่าง เมื่อประชามติเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่จบขั้นตอนมีอีก 11 คน ถูกคุมขังในจ.เชียงใหม่ หลายคนยังเป็นผู้ต้องหา วันนี้รัฐบาลต้องแสดงความสง่างามในเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่ประชามติจบแล้วแต่การใช้อำนาจดำเนินคดีความกับประชาชนจะยังไม่จบสิ้น รวมถึง พีซทีวี ที่ถูกระงับออกอากาศด้วย"นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าผลการลงคะแนนจะเป็นอย่างไร ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เชื่อมั่นและศรัทธา ในระบอบประชาธิปไตยยืนยันว่าการรัฐประหารไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหา และประเทศจะเดินไปข้างหน้าด้วยประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น ปัญหาใหญ่ที่จะเจอในวันข้างหน้าจะไม่เกิดจากพวกผม ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็จะไม่ล้มโต๊ะหาเรื่อง และถ้าไม่ผ่านเราก็ไม่นำมาเป็นเงื่อนไขขับไล่รัฐบาล เพราะเราต้องการประชาธิปไตยกลับคืนมาอย่างสันติ ขอเรียนพี่น้องประชาชน ภารกิจประชามติยังไม่จบเพียงแค่การลงคะแนน แต้ต้องติดตามตรวจสอบติดตามการลงคะแนน การนับคะแนนแต่ละหน่วยด้วย เราทุกคนมีหน้าที่ร่วมกัน
ด้านนางธิดา กล่าวว่า กกต.มีปัญหาหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่คลองสามวามีการจัดหน่วยในบ้านคน และมีการปิดกั้นพื้นที่ และมีผู้ร้องเรียนอีกว่าโรงเรียนในกทม.ให้เด็กไปเฝ้าและให้เด็กนำบัตรของผู้ปกครองไปลงประชามติ หรือบางพื้นที่ใช้คนจากต่างพื้นที่มาอยู่ทั้งหมด บางทีมีแต่เจ้าหน้าที่ปกครองหรือตำรวจยืนกำกับการกากบาท การใช้อำนาจรัฐในขณะนี้ต้องการให้ผ่านรัฐธรรมนูญ มีข้อที่น่าเคลือบแคลงจำนวนมาก ทั้งสถานที่และบุคคล สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการนับและการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ตนเป็นกังวลในประเด็นนี้มาก ยิ่งคนมาใช้สิทธิน้อย ถ้ามีการทำบัตรดีให้เป็นบัตรเสียจะมีผลต่อคะแนนมาก







