
ยอมรับร่วมเดินหน้า
ไม่ว่าผลประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะออกมารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
ไม่ว่าผลประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะออกมารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ และคำถามพ่วงที่ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” หรือพูดง่ายๆ คือให้สมาชิกวุฒิสภาที่สรรหามาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกฯ ได้ จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
ท้ายสุดอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลของประชามติ ไม่อยากให้แต่ละฝ่ายนำผลของการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกับการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่จะให้ สว.จากการแต่งตั้งโดย คสช.นำไปเป็นประเด็นทางการเมืองยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองต่อไป เพราะเชื่อว่าไม่ว่าผลการลงประชามติครั้งนี้จะออกมาอย่างไร เชื่อแน่ว่าไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ได้ตามใจไปทุกอย่าง หรือเสียเปรียบไปทุกอย่าง
อย่างไรก็ตาม เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าแต่ละฝ่ายคงนำผลการลงประชามติครั้งนี้ไปตีความเข้าข้างกลุ่มตนเอง เพื่อปลุกเร้ามวลชนแต่ละฝ่ายให้ออกมาคึกคักไม่ว่าผลการรับหรือไม่รับ การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบจะออกมาอย่างไร เชื่อว่าความพลิกพลิ้วของฝ่ายที่เล่นเกมการเมืองกันอยู่ มีความสามารถจะตีความผลที่ออกมาตามข้อเท็จจริง ให้เข้าทางหรือเข้าเกมฝ่ายของตนได้
ดังที่ประชาชนทั่วไปโดนชักจูงไปตามกลุ่มต่างๆ ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ซึ่งบางครั้งถึงกับต้องเสียเลือดเสียเนื้อคนไทยด้วยกันเอง น่าจะเป็นบทเรียนให้เกิดการเรียนรู้พัฒนารูปแบบในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เข้าสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ด้วยหนทางที่อารยะเหมือนประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้วทำกันมากกว่านี้
บทเรียนที่ผ่านมาทั้งหมดสอนคนไทยมามากแล้วจากการหาประโยชน์ของฝ่ายต่างๆ กับมวลชนที่ยุยงปลุกปั่นกันขึ้นมา ซึ่งความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดก็แสดงให้เห็นแล้วว่า การต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนมีการพัฒนาขึ้น ไม่ยอมโง่เป็นเหยื่อให้ฝ่ายหาประโยชน์การเมืองต่างๆ ได้ง่าย แต่ก็อาจโดนสถานการณ์จูงไปให้พลาดพลั้งบ้าง
เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ว่าผลของประชามติจะออกมาอย่างไร จึงขอให้ทุกฝ่ายยอมรับและต่างฝ่ายต่างเดินหน้าตามกติกา โดยไม่นำเสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชนที่ไปลงประชามติมาหาประโยชน์ทางการเมืองไม่ว่าจะรูปแบบใด ทุกฝ่ายต้องเคารพเสียงอันบริสุทธิ์ที่เป็นเจ้าของประเทศ เลิกฉกฉวยเพื่อประโยชน์ส่วนตน หันมามองประโยชน์ส่วนรวมกันบ้าง
นอกจากนี้ ในเมื่อ คสช.ยังยืนยันหนักแน่นว่าจะเดินตามโรดแมปจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 หรือในปีหน้า ขั้นตอนนี้จึงถือเป็นเพียงการเห็นต่างในการจัดสรรอำนาจในกฎหมายสูงสุดของประเทศว่าอำนาจรัฐ อำนาจกองทัพ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจประชาชนในการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจหรือคัดค้านผู้ใช้อำนาจจะมีมากน้อยเพียงไร
หากทุกฝ่ายไม่จ้องแต่รุมทึ้งผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องมากเกินไป เชื่อแน่ว่าผลประชามติครั้งนี้จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศที่จะเดินหน้าเหมือนนานาอารยประเทศเดินหน้าไป เช่นกรณีของเบร็กซิต หรือกลุ่มสหราชอาณาจักร หรือยูเคลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป หรืออียู ซึ่งผลแพ้ชนะไม่ต่างกันมาก แต่ทั้งสองฝ่ายสุดท้ายก็ร่วมกันเดินหน้าต่อไป ซึ่งหวังว่าประชามติของไทยครั้งนี้จะออกมาเป็นอารยะเหมือนชาวโลก







