
ครม.ผ่านร่างพรบ.จัดหางาน
สกัดนายหน้าเบี้ยวสัญญาเชิดเงินตั้งกองทุนช่วยแรงงานไทยไปนอก
โพสต์ทูเดย์
— ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.จัดหางานฯ ห้ามนายหน้ารีดเงินคนงาน หากผิดเงื่อนไขสัญญาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว สาระสำคัญคือ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานในประเทศสามารถเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานได้ก็ต่อเมื่อนายจ้างรับคนหางานเข้าทำงานแล้ว แต่หากคนหางานไม่ได้งานตรงตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดหางาน ผู้รับใบอนุญาตไม่มีสิทธิเรียกรับเงิน
ขณะเดียวกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องให้ความช่วยเหลือคนหางานในกรณีที่ไม่ได้ทำงานตรงตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดหางาน และกำหนดสิทธิเรียกร้องของคนหางานในกรณีที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าหรือได้ตำแหน่งงานหรือสิทธิประโยชน์อื่นไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดหางาน
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.จัดหางานฯ กำหนดให้การจัดหางานต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ใบอนุญาตจัดหางานในประเทศ ใบอนุญาตจัดหางานในต่างประเทศ และใบอนุญาตจัดหางานให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ โดยผู้ขออนุญาตต้องวางหลักประกันความเสียหายไม่น้อยกว่า 1 แสนบาท หรือไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.จัดหางานฯ กำหนดให้มีกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ในกรมการจัดหางาน เพื่อใช้จ่ายในกิจการที่กำหนด และให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ให้มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ร่าง พ.ร.บ.จัดหางานฯ ยังได้กำหนดอำนาจของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมทั้งมีอำนาจในการควบคุมหรือกำกับดูแลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้ เช่น การยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดหางาน เป็นต้น
วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน กล่าวว่า ครม.มีมติแต่งตั้งนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงแรงงานแทนนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ โดยส่วนตัวเห็นว่า ปลัดคนใหม่ควรเป็นคนในกระทรวงแรงงาน ไม่ใช่คนนอก เพราะที่ผ่านมามีการโยกย้ายข้ามกระทรวง ทำให้การบริหารงานไม่คล่องตัว
รมว.แรงงาน กล่าวว่า ปลัดกระทรวงคนใหม่ต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีและรัฐบาล ซึ่งเป็นงานเชิงบริหารที่ต้องบูรณาการงานหลายมิติ ทั้งด้านประกันสังคม การดูแลแรงงานทั้งในและนอกประเทศ ด้านสวัสดิการและพัฒนาฝีมือแรงงาน ตลอดจนด้านแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งข้าราชการที่ไต่เต้ามาจนถึงระดับ 10 มีความสามารถในการบริหารทุกคน







